
สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาแห่งชาติ (2545)
เมื่อวันที่ 27 มกราคม 2541 คณะรัฐมนตรีได้มีมติรับหลักการของแผนพัฒนาเด็กและเยาวชนที่มีความสามารถพิเศษ
ซึ่งมีสาระสำคัญที่ต้องถือเป็นแนวปฏิบัติ ดังต่อไปนี้
1. ความหมายของเด็กและเยาวชนที่มีความสามารถพิเศษ
เด็กและเยาวชนที่มีความสามารถพิเศษ หมายถึง
เด็กที่แสดงออกซึ่งความสามารถอันโดดเด่นด้านใดด้านหนึ่งหรือหลายด้านในด้านสติปัญญา
ความคิดสร้างสรรค์ การใช้ภาษา การเป็นผู้นำ การสร้างงานทางทัศนศิลป์และศิลปะการแสดง
ความสามารถด้านดนตรี ความสามารถทางกีฬา และความสามารถทางวิชาการในสาขาใดสาขาหนึ่ง
หรือหลายสาขา อย่างเป็นที่ประจักษ์ เมื่อเปรียบเทียบกับเด็กกลุ่มอื่นที่มีอายุระดับเดียวกัน
สภาพแวดล้อมหรือประสบการณ์เดียวกัน
2.
วิสัยทัศน์ของเด็กและเยาวชนที่มีความสามารถพิเศษ
เด็กและเยาวชนที่มีความสามารถพิเศษจะต้องได้รับการพัฒนาความสามารถพิเศษอย่างเต็มที่
ให้เป็นผู้นำที่มีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ สามารถนำประเทศไปสู่ความมั่นคง
โดยได้รับการสนับสนุนจากครอบครัวและสังคม และมีโอกาสได้นำความสามารถไปปรับใช้กับสังคมได้อย่างมีความสุขและอย่างมีคุณธรรม
3. ปรัชญาในการจัดการศึกษาสำหรับเด็กและเยาวชนที่มีความสามารถพิเศษ
3.1 การศึกษาเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานของมนุษย์ทุกคน
การศึกษาในที่นี้ หมายถึง กระบวนการพัฒนาบุคคล ซึ่งเป็นไปอย่างต่อเนื่องตลอดชีวิต
รูแบบของการศึกษาครอบคลุมทั้งภายในและภายนอกระบบโรงเรียน
รวมถึงการศึกษาตามอัธยาศัย
3.2
เด็กและเยาวชนทุกคนมีสิทธิที่ได้รับการศึกษาที่สอดคล้องกับระดับและประเภทของความสามารถ
ความถนัด และความสนใจที่แตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล เพื่อพัฒนาศักยภาพให้บรรลุถึงขีดสุดและดำเนินชีวิตอยู่ได้อย่างเหมาะสมในสังคม
3.3
พ่อแม่และผู้ปกครอง และครอบครัว มีหน้าที่อบรมเลี้ยงดูและส่งเสริมให้เด็กและเยาวชนเป็นคนที่สมบูรณ์
มีพัฒนาการที่รอบด้าน ทั้งทางด้านร่างกาย จิตใจ อารมณ์
และสังคม สำหรับเด็กที่มีความสามารถพิเศษพ่อแม่ ผู้ปกครอง
และครอบครัวก็มีบทบาทพิเศษที่ต้องเอาใจใส่ในการพัฒนาเด็กและเยาวชนเหล่านี้
3.4
สังคมต้องให้การยอมรับความแตกต่างระหว่างบุคคล และความหลากหลายของเยาวชน
ทั้งทางด้านความคิด ความสนใจ ความสามารถพิเศษเฉพาะทางของบุคคล
บุคลิกภาพและอื่นๆ
3.5
รัฐและสังคมพึงพัฒนาบุคคลให้มีความสามารถด้านอื่นๆ โดยด้วย
เพื่อให้เป็นคนที่มีพัฒนาการสมบูรณ์ทั้งทางด้านสมอง ร่างกาย
จิตใจ อารมณ์ และสังคม ควบคู่ไปกับการพัฒนาความสามารถพิเศษที่มีอยู่
ทั้งนี้จะต้องพึงระวังว่า การพัฒนาบุคคลโดยองค์รวมนั้น
จะต้องไม่ลดทอนหรือสกัดกั้นความสามารถพิเศษของบุคคลด้วย
3.6
รัฐต้องไม่สร้างระบบการศึกษาที่ปิดกั้นการพัฒนาความสามารถของเด็กในทุกด้าน
ด้วยการจัดกระบวนการเรียนการสอนที่มุ่งเน้นการพัฒนาความสามารถเฉพาะด้านใดด้านหนึ่ง
หรือสาขาใดสาขาหนึ่งเท่านั้น แต่ต้องสร้างระบบการศึกษาที่เปิดโอกาสให้เด็กและเยาวชนที่มีความสามารถพิเศษได้แสดงออกถึงความสามารถที่มีอยู่ในทุกด้าน
และได้รับการพัฒนาความสามารถเหล่านั้นไปพร้อมๆ กัน
3.7 การจัดกระบวนการเรียนรู้ต้องมีความยืดหยุ่นและหลากหลาย
เพื่อเปิดโอกาสให้เด็กและเยาวชนแสดงออกถึงความสามารถพิเศษได้ตลอดชีวิตการเรียนรู้
และกระบวนการเรียนรู้จะต้องเอื้อต่อการสร้างสรรค์ความคิดริเริ่มของตนเอง
การสร้างจินตนาการที่แหวกแนว ฯลฯ โดยที่ผู้รับผิดชอบในการเรียนรู้จะต้องเข้าใจว่าผู้เรียนรู้ที่มีความสามารถพิเศษนั้นจะมีลักษณะดังกล่าวข้างต้นค่อนข้างมาก
3.8
รูปแบบการบริการสำหรับเด็กและเยาวชนที่มีความสามารถพิเศษ
ควรคำนึงถึงการบริการเป็นพิเศษหลายรูปแบบ อาทิ การจัดการเรียนรู้แบบพิเศษหรือการรับรู้เฉพาะทาง
การจัดกิจกรรมเสริมในระบบโรงเรียนปกติ ฯลฯ เพื่อเปิดโอกาสให้เด็กและเยาวชนได้รู้ศักยภาพ
และเรียนรู้ที่จะพัฒนาศักยภาพที่มีอยู่นั้นให้บรรลุถึงจุดสูงสุด
4.นโยบาย
รัฐและสังคมมีหน้าที่ส่งเสริมและสนับสนุนการพัฒนาเด็กและเยาวชนทุกคน
โดยเฉพาะกลุ่มผู้มีความสามารถพิเศษให้สามารถพัฒนาจนบรรลุศักยภาพสูงสุดของแต่ละคน
พร้อมทั้งมีคุณธรรมและเจตคติที่จะรับใช้สังคม
5.
วัตถุประสงค์
5.1
เพื่อพัฒนาเด็กและเยาวชนผู้มีความสามารถพิเศษด้านต่างๆ
ให้มีความคิดสร้างสรรค์ ความคิดริเริ่ม และสามารถพัฒนาจนบรรลุศักยภาพสูงสุดของแต่ละบุคคล
ตามทิศทางหรือสาขาศาสตร์ที่สนใจ และมีความสามารถพิเศษ
5.2
เพื่อพัฒนาเด็กและเยาวชนผู้ที่จัดอยู่ในกลุ่มนี้ให้รู้จักและเข้าใจตนเอง
เข้าใจเพื่อนมนุษย์ และสังคมอย่างถ่องแท้ รวมทั้งเกิดความตระหนักถึงผลประโยชน์ส่วนรวมมากกว่าส่วนตน
เพื่อให้บุคคลเหล่านี้สามารถดำรงชีวิตอยู่ร่วมกับผู้อื่นในสังคมโลกได้อย่างสันติ
มีความสุข และพร้อมที่จะสร้างผลงานที่เป็นเลิศ ซึ่งเป็นคุณประโยชน์แก่สังคมต่อไป
5.3
เพื่อกำหนดแนวทางและมาตรการส่งเสริมพัฒนาเด็กและเยาวชนผู้มีความสามารถพิเศษในสาขาต่างๆ
เพื่อเป็นฐานความคิด การดำเนินงานและจัดทำรายละเอียดให้เป็นรูปธรรมที่ชัดเจน
เพื่อให้กลุ่มดังกล่าวพัฒนาตนเองได้อย่างสมบูรณ์ เต็มศักยภาพ
5.4 เพื่อสร้างสรรค์กลุ่มบุคคลที่มีความสามารถพิเศษให้เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องและจริงจังในประเทศไทย
เพื่อเป็นแกนนำของสังคมในการพัฒนา การประดิษฐ์ การประยุกต์ศาสตร์/องค์ความรู้และทักษะในสาขาต่างๆ
ให้บรรลุวิสัยทัศน์ ปรัชญาและนโยบายที่กำหนดไว้
6.
ยุทธศาสตร์หลัก
6.1
ส่งเสริมให้ครอบครัวมีบทบาทมากขึ้นในการพัฒนาเด็กและเยาวชนผู้มีความสามารถพิเศษ
6.2
เร่งสร้างผู้เชี่ยวชาญและบุคลากรด้านการศึกษาสำหรับผู้ที่มีความสามารถพิเศษให้มากขึ้นโดยเร็ว
เพื่อเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาองค์ความรู้ และสร้างความเข้าใจแก่สังคมอย่างกว้างขวาง
6.3 ปฏิรูปกระบวนการเรียนรู้ที่ยึดผู้เรียนเป็นสำคัญ
เพื่อให้ผู้เรียนได้รับการตอบสนองอย่างเต็มความสามารถ
และจัดให้มีนวัตกรรมและเทคโนโลยีใหม่ๆ ในเรื่องการเรียนการสอนสำหรับพัฒนาเด็กที่มีความสามารถพิเศษ
6.4 ให้องค์กรชองรัฐ เอกชน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมีบทบาทมากขึ้นในการพัฒนาเด็กและเยาวชนผู้มีความสามารถพิเศษ
ทั้งการสังเกตแวดความถนัด จัดหา จัดสรรปัจจัยที่ส่งเสริมให้เด็กและเยาวชนเหล่านี้ได้พัฒนาตนจนบรรลุศักยภาพสูงสุด
6.5 สร้างกลไก เพื่อจัดทำแผนปฎิบัติการของแผนพัฒนาการศึกษาสำหรับเด็กและเยาวชนที่มีความสามารถพิเศษ
และจัดให้มีระบบบริหารและการจัดการแบบพิเศษ เพื่อให้บรรลุตามวัตถุประสงค์
รวมทั้งมีระบบการติดตามและประเมินผลงานด้านนี้อย่างจริงจังและต่อเนื่อง

พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ
พ.ศ.2542 ได้กำหนดสาระสำคัญที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาเด็กและเยาวชนที่มีความสามารถพิเศษไว้ดังนี้
มาตรา
10 (วรรค 4)
การจัดการศึกษาสำหรับบุคคลซึ่งมีความสามารถพิเศษต้องจัดด้วยรูปแบบที่เหมาะสม
โดยคำนึงถึงความสามารถของบุคคลนั้น
มาตรา 22
การจัดการศึกษาต้องยึดหลักว่าผู้เรียนทุกคนมีความสามารถเรียนรู้และพัฒนาตนเองได้
และถือว่าผู้เรียนมีความสำคัญที่สุดกระบวนการจัดการศึกษาต้องส่งเสริมให้ผู้เรียนสามารถพัฒนาตามธรรมชาติและเต็มตามศักยภาพ
มาตรา 24 (1)
การจัดกระบวนการเรียนรู้ให้สถานศึกษาและหน่วยงานจัดเนื้อหาสาระและกิจกรรมให้สอดคล้องกับความสนใจ
และความถนัดของผู้เรียน โดยคำนึงถึงความแตกต่างระหว่างบุคคล
มาตรา 28 (วรรค 1)
หลักสูตรการศึกษาระดับต่างๆ รวมทั้งหลักสูตรการศึกษาสำหรับบุคคลตามมาตรา
10 วรรคสอง วรรคสาม และวรรคสี่ต้องมีลักษณะหลากหลาย ทั้งนี้
ให้จัดตามความเหมาะสมของแต่ละระดับโดยมุ่งพัฒนาคุณภาพชีวิตของบุคคลให้เหมาะสมกับวัยและศักยภาพ
มาตรา 60
ให้รัฐจัดสรรงบประมาณแผ่นดินให้กับการศึกษาในฐานะที่มีความสำคัญสูงสุดต่อการพัฒนาที่ยั่งยืนของประเทศไทย
โดยการจัดสรรเป็นเงินงบประมาณและทรัยากรทางการศึกษาอื่นเป็นพิเศษให้เหมาะสม
และสอดคล้องกับความจำเป็นในการจัดการศึกษา สำหรับผู้เรียนที่มีความต้องการเป็นพิเศษแต่ละกลุ่มตาม
มาตรา 10 วรรคสอง วรรคสาม วรรคสี่ โดยคำนึงถึงความเสมอภาคในโอกาสทางการศึกษาและความเป็นธรรม
ทั้งนี้ ให้เป็นไปตรมเหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดในกฎกระทรวง







|