เครือข่ายการจัดการศึกษาสำหรับผู้มีความสามารถพิเศษ
ที่เน้นการพัฒนาระบบโรงเรียน
(Gifted Education School-Based Development Centre)

      1. ลักษณะของเครือข่าย

      เครือข่ายที่เน้นการพัฒนาระบบโรงเรียนเป็นเครือข่ายที่มีจุดประสงค์หลักในการพัฒนาครูและโรงเรียนเครือข่ายให้สามารถจัดการศึกษาได้เองและธำรงความเป็นเลิศต่อไปอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้เด็กในโรงเรียนสามารถพัฒนาได้เต็มตามศักยภาพ เช่น เครือข่าย SHIP ของออสเตรเลีย หรือเครือข่าย Discovery Program ของ University of Arizona หรือ เครือข่าย the Center for Talented Youth ของ John Hopskin University ก็มีจุดประสงค์หลักดังที่กล่าวมาแล้วข้างต้น โดยใช้รูปแบบต่างๆ เช่น การสร้างระบบให้เด็กที่มีความสามารถพิเศษเข้าโรงเรียนได้ก่อนเวลาที่กำหนด หรือเรียนล่วงหน้าในชั้นหรือวิชาที่สูงขึ้นไปที่เหมาะกับความเจริญเติบโตทางสมองของเขา สร้างแผนการเรียนที่เหมาะสมกับเด็กเป็นรายบุคคล โดยมีการพัฒนาคู่มือการจัดการศึกษาสำหรับโรงเรียนในเครือข่ายที่พัฒนาขึ้นมาจากการปฏิบัติจริงที่ได้ผล ให้การอบรมครูในด้านกระบวนการเสาะหา การพัฒนาหลักสูตร การพัฒนาผู้เรียน การบริหารจัดการ และยุทธศาสตร์ที่จำเป็น มีการนิเทศ และติดตามผลโรงเรียนในเครือข่ายอย่างต่อเนื่อง ตลอดจนการรนณรงค์ต่อสู้เพื่อลดอคติ (เด็กพวกนี้เก่งอยู่แล้ว ทำไมจะต้องไปช่วยอีก) และทำให้สังคมตระหนักถึงประโยชน์ของการพัฒนาเด็กเหล่านี้ให้เป็นหัวรถจักรในการพัฒนาประเทศ และเป็นสิทธิอันชอบธรรมของเด็กกลุ่มนี้ในอันที่จะได้รับการพัฒนาในรูปแบบที่เหมาะสมและเป็นไปได้ในระบบโรงเรียน โดยมีผู้ปกครองเป็นแนวร่วมที่จำเป็นอย่างยิ่ง อย่างไรก็ตาม การพัฒนาเด็กเหล่านี้คือ การพัฒนาโรงเรียนทั้งระบบ เพราะจากงานวิจัยทั้งในระดับประถมและมัธยมศึกษา พบว่า เมื่อระดับความสามารถของเด็กที่เก่งที่สุดในโรงเรียนสูงขึ้น ได้เกิดการดึงคุณภาพของนักเรียนทั้งโรงเรียนให้สูงขึ้นตามไปด้วย ผ่านการพัฒนาครู หลักสูตร สื่อการสอน การสร้างสภาพแวดล้อมในโรงเรียน และการมีเวทีหรือโอกาสให้แก่ผู้เรียนให้แสดงความสามารถ และความคาดหวังของสังคม

      2. กรณีศึกษาเครือข่ายที่เน้นการพัฒนาระบบโรงเรียน SHIP MODEL ( Students of High Intellectual Potential) ออสเตรเลีย

      เครือข่าย SHIP เป็นเครือข่ายที่เน้นการพัฒนาระบบโรงเรียนของรัฐ South Australia ใน ประเทศออสเตรเลีย โดยการสนับสนุนทางวิชาการ ของ Flinders University โครงการนี้ South Australia แบ่งโครงสร้างเครือข่ายออก เป็นกลุ่มโรงเรียน (SCHOOL CLUSTERS) ที่ประกอบด้วย โรงเรียนแม่ข่าย (FOCUS SCHOOLS) และโรงเรียนลูกข่าย (NETWORK SCHOOLS)

      วัตถุประสงค์

      1. เพื่อพัฒนาครูและโรงเรียนที่ได้รับมอบหมายจากรัฐ ให้จัดการศึกษาสำหรับผู้มีความสามารถ พิเศษด้านภาษา โดยการอบรม นิเทศ ให้คำปรึกษาและเสนอทางเลือกที่หลากหลาย เพื่อให้ครูและผู้บริหารสามารถเลือกกระบวนการและวิธีการที่เหมาะสมกับบริบทและสภาพแวดล้อมของตน
      2. เพื่อสร้างความรู้ ความเข้าใจของโรงเรียน พ่อแม่ และชุมชนให้ตระหนักและเห็นความสำคัญ ของการพัฒนาเด็กที่มีความสามารถพิเศษเหล่านี้ให้สามารถเป็นหัวรถจักรในอนาคตในการพัฒนาท้องถิ่นและประเทศ ตลอดจนเป็นสิทธิอันชอบธรรมของเด็กกลุ่มนี้ที่จะได้รับการพัฒนาเต็มตามศักยภาพของแต่ละบุคคล
      3. เพื่อทำให้เด็กที่มีความสามารถพิเศษเหล่านี้สามารถเข้าไปเรียนล่วงหน้าในโปรแกรมการศึกษาที่เหมาะกับระดับสติปัญญาและความสามารถพิเศษของตน ในระดับต่างๆทั้งในและนอกระบบการศึกษา
      4. เพื่อวิจัยและพัฒนาวิธีการสอนเด็กที่มีความสามารถพิเศษ การวัดและประเมินผู้เรียน ประเมินติดตามผล และรายงานความก้าวหน้าในการจัดการศึกษาของรัฐ
      5. เพื่อพัฒนายุทธศาสตร์ในการสร้างมาตรฐานการเรียนรู้ที่สูงเท่าที่จะทำได้ในกลุ่มผู้มีความสามารถพิเศษแต่ขาดหรือด้อยโอกาสทางการศึกษา
      6. เพื่อเป็นแหล่งข้อมูล และศูนย์กลางการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ในการจัดการศึกษาสำหรับผู้มีความสามารถพิเศษด้านต่างๆ

      ผลที่คาดว่าจะได้รับ

      1. เครือข่ายของโรงเรียนตัวอย่างในรัฐ South Australia ทางด้านการบริหารจัดการและด้านวิชาการในการพัฒนาผู้มีความสามารถพิเศษ ตลอดจนยุทธศาสตร์ที่จำเป็นในการบริหารจัดการ
      2. การทำให้ชุมชนของโรงเรียนเข้ามามีส่วนร่วมในการบริหารจัดการศึกษา
      3. การเพิ่มจำนวนครูที่ได้รับการอบรมให้สามารถจัดการศึกษาสำหรับผู้มีความสามารถพิเศษในโรงเรียนของตนซึ่งเป็นเครือข่ายได้อย่างเหมาะสมและมีประสิทธิภาพ
      4. ให้การสนับสนุนทั้งในและนอกระบบสำหรับครู พ่อแม่ และนักเรียน
      5. สื่อการสอน และแหล่งการเรียนรู้ เพื่อช่วยในการอบรมครูและช่วยครูพัฒนาการเรียนการสอนให้กับผู้มีความสามารถพิเศษ
      6. เพื่อให้นักเรียนที่มีความสามารถพิเศษสามารถเข้าถึงแหล่งการเรียนรู้นอกเหนือจากในห้องเรียนปกติ หรือในโรงเรียนของตน

      Çิธีดำเนินการ

      โครงการ SHIP เป็นโครงการต่อเนื่องที่มี การบริหารจัดการ3 ช่วงในระยะเวลาทั้งสิ้น 7 ปี คือ

      ระยะที่ 1 (3 ปี)

      กิจกรรม
      ปีที่ 1

      - เลือกโรงเรียนเข้าโครงการ
      -ตั้งผู้จัดการเพื่อบริหารการฝึกอบรมและพัฒนาครู และพัฒนา แผนการสอนในโรงเรียนจัดสรรงบประมาณสำหรับการจัดหา สื่อ สำหรับครูและนักเรียน

      ปีที่ 2

      เริ่มพัฒนาเครือข่ายโดย
      - ผู้จัดการสร้างหลักสูตรฝึกอบรมและให้บริการแก่โรงเรียนในเครือข่าย
      - ผู้จัดการให้คำแนะนำและช่วยครูโรงเรียนในเครือข่ายพัฒนาหลักสูตรที่เหมาะสมและสนองตอบความต้องการของนักเรียน โรงเรียน และชุมชน ของตน ท การให้การนิเทศระยะยาวอย่างต่อเนื่อง
      - การสร้างกิจกรรมต่อเนื่อง เช่น

      - การอบรมระยะสั้น
      - การสร้างกิจกรรม (Events) อย่างต่อเนื่องเพื่อสร้างความตระหนักรู้ในชุมชน เช่น จัดค่ายความสามารถพิเศษ ในด้านต่างๆ การนำเสนอผลงานของนักเรียน การประกวด ฯลฯ
      - โรงเรียนแม่ข่ายช่วยเหลือและสนับสนุนโรงเรียนลูกข่ายทางด้านสื่อการสอน รูปแบบ การพัฒนา วิธีการสอน ฯลฯ

      ปีที่ 3

      - โรงเรียนลูกข่ายเริ่มขอรับการอบรมเพื่อพัฒนาครูในระดับที่สูงขึ้น
      - การเลื่อนระดับโรงเรียนที่มีคุณสมบัติเหมาะสมและดำเนินการได้อย่างมีประสิทธิภาพ จากโรงเรียนลูกข่ายเป็นโรงเรียนแม่ข่าย
      - การคัดเลือกโรงเรียนลูกข่ายเพิ่มเติม
      - การประเมินวิธีการและกระบวนการเสาะหาผู้มีความสามารถพิเศษ และกระบวนการพัฒนาผู้เรียน

      ระยะที่ 2 ( 2 ปี )

        กิจกรรม
      ปีที่ 4

      - ตั้ง กลุ่มโรงเรียน (Gifted School Clusters) สำหรับการจัดการศึกษาผู้ ความสามารถพิเศษ 4 กลุ่ม และ
      - ตั้งผู้จัดการกลุ่มโรงเรียน
      โรงเรียนแต่ละกลุ่มประกอบด้วย โรงเรียน 10 โรง คือ โรงเรียนแม่ข่าย 2 โรง แต่ละโรงจะมีโรงเรียนลูกข่าย 4 โรง โดยมีบทบาทดังนี้
      - โรงเรียนแม่ข่าย มีหน้าที่ให้การอบรม เป็นโรงเรียนสาธิตและแกนนำสำหรับ การพัฒนาและเผยแพร่โครงการนำร่องต่างๆ
      - โรงเรียนแม่ข่าย และ โรงเรียนลูกข่าย มีหน้าที่พัฒนาแผนการสอน สื่อการสอน และรายงานความก้าวหน้า โดยเฉพาะการจัดการศึกษาใน โรงเรียนที่ประสบความสำเร็จ

      ปีที่ 5

      - โรงเรียนแต่ละกลุ่มประกอบด้วย โรงเรียน 10 โรง คือ โรงเรียนแม่ข่าย 2 โรง แต่ละโรงจะมีโรงเรียน ลูกข่าย 4 โรง โดยมีบทบาทดังนี้
      - โรงเรียนแม่ข่าย มีหน้าที่ให้การอบรม และเป็นโรงเรียนสาธิตและแกนนำ สำหรับการพัฒนาและเผลแพร่โครงการนำร่องต่างๆ
      - โรงเรียนแม่ข่าย และ โรงเรียนลูกข่าย มีหน้าที่พัฒนาแผนการสอน สื่อการสอน และรายงานความก้าวหน้า โดยเฉพาะการจัดการศึกษาใน โรงเรียนที่ประสบความสำเร็จ
      - โรงเรียนทั่วไป จะต้องมาจดทะเบียนขึ้นกับโรงเรียนแม่ข่ายหรือลูกข่ายและขอรับบริการในการเสาะหาและพัฒนาผู้เรียนที่มีความสามารถพิเศษจากโรงเรียนเหล่านี้

      ยุทธศาสตร์ในการบริหารจัดการ

      1. ประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อให้เกิดการจดทะเบียนกับกลุ่มโรงเรียน ซึ่งมีโรงเรียนแม่ข่าย และโรงเรียนลูกข่าย
      2. สร้างกลุ่มครูที่สามารถบริหารจัดการกันเองเพื่อพัฒนาตนทางด้านวิชาชีพ ( สมาคมครูสำหรับเด็กที่มีความสามารถพิเศษ)
      3. มีหลักสูตรการบริหารการศึกษาสำหรับ ผู้อำนวยการ อาจารย์ใหญ่ ครูใหญ่ และผู้นำทางการศึกษา
      4. การจัดสัมมนาและประชุมปฏิบัติการสำหรับพ่อแม่ และสมาชิกแกนนำในชุมชน
      5. จัดสรรงบประมาณในการจ้างอัตรากำลังคนที่จำเป็น ( ผู้จัดการเต็มเวลา ต่อ 10 โรง ผู้เชี่ยวชาญด้านหลักสูตร 2 คน นักจิตวิทยาช่วยในโครงการ ) และมีแหล่งสนับสนุนเพื่อความช่วยเหลือด้านการเงิน วิชาการ และการฝึกอบรม
      6. มีงบประมาณสำหรับค่าใช้จ่ายในการบริหารงาน ในด้านการทำกิจกรรม การรวบรวมข้อมูล การจ้างคนมาแทนเพื่อให้ครูในโรงเรียนแม่ข่ายปลอดจากงานเพื่อไปทำการอบรม ครูในโรงเรียนของตนและการนิเทศโรงเรียนลูกข่าย
      7. โรงเรียนแม่ข่ายและโรงเรียนลูกข่ายจัดตารางสอนให้ครูว่าง 1 วันต่อสัปดาห์ เพื่อประชุมงาน และอำนวยความสะดวกในการฝึกหรือไปรับการฝึกอบรม
      8. เปิดทางให้โรงเรียนทั่วไป ขอรับบริการการฝึกอบรมจากโรงเรียนแม่ข่ายหรือโรงเรียนลูกข่ายและอนุญาตให้ครูไปรับการอบรมได้โดยไม่ถือว่าเป็นการลา

      การคัดสรรโรงเรียน

      โรงเรียนที่สมัครเข้าโครงการจะต้องมีคุณสมบัติตามที่ทางโครงการกำหนดดังนี้
      1. โรงเรียนจะให้ความสำคัญต่อการพัฒนาเด็กที่มีความสามารถพิเศษ และมีเป้าหมายที่จะพัฒนา เด็ก ทั้งโรงเรียนเต็มตามศักยภาพของแต่ละคน
      2. มีคณะกรรมการบริหารจัดการที่จะทำให้โครงการประสบความสำเร็จ
      3. มีโครงสร้างและแผนการเรียนที่เอื้อต่อเด็กที่มีความสามารถพิเศษแต่ขาดหรือด้อยโอกาส
      4. มีงบประมาณสมทบในการพัฒนาฝึกอบรมครู พัฒนาและจัดหาสื่อการสอน วัสดุ ครุภัณฑ์
      5. มีชุมชนเสนอที่จะเข้ามามีส่วนร่วมในการจัดการศึกษาสำหรับเด็กที่มีความสามารถพิเศษ

      ระยะ 3 ( 2ปี )

        กิจกรรม
      ปีที่ 6-7
      - คือระยะเวลาสำหรับการติดตามผลและประเมิน เพื่อให้ข้อมูลแก่โรงเรียน และประเมินว่าสมควรต่ออายุให้กับโรงเรียนแม่ข่าย โรงเรียนลูกข่าย หรือ แต่งตั้งให้โรงเรียนอื่นที่สามารถจัดการศึกษาได้อย่างมีคุณภาพได้รับสถานภาพเป็นโรงเรียนแม่ข่าย หรือโรงเรียนลูกข่าย

      โดยใช้เกณฑ์ในการประเมินดังนี้

      1. จำนวนโรงเรียนที่ขอเข้ารับการอบรมเรื่องการจัดการศึกษาสำหรับเด็กที่มีความสามารถพิเศษในโรงเรียน
      2. จำนวนครูในเครือข่ายที่มีประสบการณ์ในการสอนเด็กที่มีความสามารถพิเศษอย่างน้อย 3 ปี
      3. ความสามารถในการนำนโยบายไปสู่การปฏิบัติ
      4. ความรู้ ความเข้าใจเรื่องการจัดการศึกษาสำหรับผู้มีความสามารถพิเศษ
      5. สื่อ เครื่องมือ อุปกรณ์ที่บ่งชี้ถึงความสำคัญที่ครูให้กับพัฒนาการทางปัญญา ทางอารมณ์ และทาง สังคมของผู้เรียน
      6. ความสามารถในการจัดระบบให้โรงเรียนในเครือข่ายจัดบริการการเข้าเรียนก่อนวัยเรียน และโครงการ เรียนล่วงหน้าตามสติปัญญาที่แท้จริงของเด็กที่มีความสามารถพิเศษ
      7. ความสามารถในการให้บริการที่ทางรัฐบาลจะจัดสรรงบประมาณให้เป็นพิเศษแก่เด็กที่มีความสามารถพิเศษในแหล่งทุรกันดาร หรือแหล่งยากจนที่ขาดโอกาสทางการศึกษา
      8. จำนวนสื่อ แผนการสอน กิจกรรม ฯลฯ ผลการวิจัยและหรือบทความที่ผลิต โดยครูและผู้บริหารในโครงการ
      9. ความสามารถในการพัฒนา กระบวนการและเครื่องมือสำหรับการเสาะหา พัฒนา และประเมินผู้เรียน ตลอดจนยุทธศาสตร์ในการพัฒนาการขยายผล และการประเมิน

      โดย…รศ.ดร.สำอาง หิรัญบูรณะ