โครงการพัฒนาอัจฉริยภาพทางวิทยาศาสตร์
และเทคโนโลยีสำหรับเด็กและเยาวชน

      คณะรัฐมนตรีในคราวประชุมวันที่ 24 มิถุนายน 2546 ได้มีมติอนุมัติหลักการโครงการพัฒนาอัจฉริยภาพทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีสำหรับเด็กและเยาวชน ตามที่กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเสนอ และมอบให้กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีรับความเห็นและข้อสังเกตตามประเด็นอภิปรายของคณะกรรมการกลั่นกรองเรื่องเสนอคณะรัฐมนตรี คณะที่ 3 ไปดำเนินการต่อไปด้วย

      สำหรับเรื่องนี้ กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีรายงานว่า

      นายกรัฐมนตรีได้มอบนโยบายเกี่ยวกับการส่งเสริมเด็กและเยาวชนที่มีความสามารถพิเศษและอัจฉริยภาพทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีในรูปแบบของค่ายวิทยาศาสตร์ถาวร (Permanent Science Camp) เพื่อให้เด็กและเยาวชนได้รับการฝึกฝนและร่วมกิจกรรมทางวิทยาศาสตร์ในเรื่องที่สนใจและถนัดอย่างเต็มศักยภาพอย่างจริงจังและเร่งด่วน

      สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ในฐานะที่ได้ดำเนินการสนับสนุนผู้มีความสามารถพิเศษและผู้มีอัจฉริยภาพพิเศษทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีภายใต้โครงการพัฒนาอัจฉริยภาพทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีสำหรับเด็กและเยาวชน ได้ร่วมกับสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) มหาวิทยาลัย และหน่วยงานในเครือข่ายจัดกิจกรรมค่ายวิทยาศาสตร์ถาวร ณ อุทยานแห่งชาติวิทยาศาสตร์ประเทศไทย มีนักวิทยาศาสตร์ และนักเทคโนโลยีพี่เลี้ยงประมาณ 152 คน มีห้องปฏิบัติการวิจัย 61 ห้อง และเครือข่าย ณ มหาวิทยาลัยและหน่วยงานรัฐ 38 ห้อง

      การดำเนินการแบ่งเป็น 2 ขั้นตอน ได้แก่

      1. คัดเลือกและส่งเสริมผู้มีความสามารถพิเศษ จำนวน 100 คนต่อปี โดยจัดกิจกรรมค่ายวิทยาศาสตร์/กิจกรรมพิเศษการทำโครงการวิทยาศาสตร์ และทดสอบมาตรฐาน
      2. คัดเลือกผู้มีอัจฉริยภาพฯ จำนวน 10 คนต่อปี และอยู่ในโครงการระยะยาวจนจบปริญญาเอก เพื่อรับทุนการศึกษาและทุนวิจัยระยะยาว กิจกรรมเพิ่มพูนประสบการณ์และการจัดหานักวิทยาศาสตร์พี่เลี้ยงประจำตัวเพื่อให้คำปรึกษาแนะนำ นอกจากนี้ผู้สำเร็จการศึกษาจะได้รับการบรรจุเข้าทำงานในหน่วยงานภาครัฐหรือภาคเอกชนที่มีหน่วยวิจัยที่สามารถนำวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีไปประยุกต์ใช้ในการพัฒนาประเทศ

      โครงสร้างการดำเนินการ ดำเนินการโดยคณะกรรมการโครงการพัฒนาอัจฉริยภาพฯ ประกอบด้วยผู้ทรงคุณวุฒิจาก สกว. สวทช. มหาวิทยาลัย และสถาบันต่าง ๆ กำหนดนโยบายและแนวทางดำเนินการ และติดตามประเมินความก้าวหน้าของโครงการ สวทช. จะทำหน้าที่เป็นศูนย์ประสานงาน โดยมีหน่วยงานในความร่วมมือ เช่น สกว. มหาวิทยาลัยและหน่วยงานในเครือข่ายร่วมจัดและร่วมดำเนินกิจกรรม ตลอดจนมีสภากาชาดไทย โดยสำนักงานอาสากาชาด เสาะแสวงหาและสำรวจความสามารถพิเศษของเด็ก และเสนอชื่อเด็กที่มีแววความโดดเด่นมายังโครงการ

      ผลประโยชน์ที่จะได้รับ

      1. จะมีเด็กและเยาวชนที่มีความสามารถพิเศษทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีหันมาสนใจศึกษาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และยึดเป็นอาชีพมากขึ้น
      2. มีกลไกมาตรฐานเป็นที่ยอมรับและเชื่อถือได้ในการค้นหาและคัดเลือกผู้มีความสามารถสูงทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และผู้มีอัจฉริยภาพทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
      3. มีกลไกที่มีประสิทธิภาพในการพัฒนาผู้ที่มีความสามารถพิเศษทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ให้เป็นนักวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีที่มีคุณภาพ และทำประโยชน์ต่อประเทศชาติได้เต็มศักยภาพ
      4. มีนักวิทยาศาสตร์และนักเทคโนโลยีที่มีความสามารถในการวิจัยและพัฒนาระบบชาติเพิ่มขึ้นปีละประมาณ 100 คน นับตั้งแต่ปี พ.ศ. 2551 จะมีนักวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีที่มีอัจฉริยภาพระดับสากล จำนวนปีละประมาณ 10 คน
      5. มีผลงานวิจัยทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีที่มีคุณภาพสูงเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วในประเทศหลังจากดำเนินการโครงการไปแล้วอย่างน้อย 10 ปี โดยมีผลงานตีพิมพ์ในระดับสากลอย่างน้อย 3 บทความต่อคนต่อปี ตลอดจน มีผลงานวิจัยสามารถจดสิทธิบัตรอย่างน้อยจำนวน 1 ชิ้นต่อ 2 ปี
      6. มีนักวิทยาศาสตร์และนักเทคโนโลยีที่ประสบผลสำเร็จในการสร้างผลงานวิจัยจนได้รับรางวัลระดับ ภูมิภาค เช่น Asian S&T Award, Australia Prize, หรือระดับสากล เช่น Prince Mahidol Award Japan Prize หรือ Nobel Prize เป็นต้น งบประมาณดำเนินการ

      งบประมาณตามแผน 5 ปี (ปี 2546 - 2551) จำนวน 215.995 ล้านบาท

      แหล่งที่มา : http://www.thaigov.go.th/news/cab/46/cab24jun46.doc