หลักสูตร "เอพีโปรแกรม" การจัดการศึกษาสำหรับเด็กอัจฉริยะ

      นักวิชาการแนะรัฐบาลนำร่องใช้หลักสูตร Advanced Placement Program จัดการศึกษาให้เด็กมีความสามารถพิเศษ พร้อมจัดตั้งคณะกรรมการชักชวน โรงเรียน-มหาวิทยาลัย พัฒนาหลักสูตร-ตำรา-คู่มือสอนเด็กอัจฉริยะ คาดใช้เวลา 3-5 ปีเรียนรู้ต้นแบบได้หมด ช่วยให้ประเทศไทยผลิตหลักสูตรที่สอดคล้องกับศักยภาพเด็กไทยใช้ได้เองในอนาคต
      หลังจากที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้ประกาศสนับสนุนการจัดการศึกษาเพื่อเด็กที่มีความสามารถพิเศษ ทั้งในเรื่องสื่อการเรียน บุคลากรและงบประมาณในการประชุมนานาชาติ เด็กที่มีความสามารถพิเศษครั้งที่ 7 ณ รร.โซฟิเทล กรุงเทพฯ พร้อมกันนี้ ยังมีหนังสือราชการ เลขที่ นร 1401/6327 ลงวันที่ 26 ส.ค. 2545 ลงนามโดย นายยงยุทธ กปิลกาญจน์ รองปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี แจ้งมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 13 ส.ค. 2545 เห็นชอบเรื่องการสนับสนุนเด็กที่มีความสามารถพิเศษ มายังสำนักคณะกรรมการการศึกษาแห่งชาติ (สกศ.) ไปแล้วนั้น ล่าสุดนักวิชาการได้ระดมสมองและเห็นตรงกันว่า รัฐบาลควรจะมีวิธีการจัดการศึกษาให้แก่เด็กไทย ด้วยหลักสูตร Advanced Placement Program (AP Program) เพราะเชื่อว่าจะสามารถพัฒนาได้ตรงศักยภาพ
      ดร.กอรป กฤตยากีรณ ที่ปรึกษาคณะกรรมการบริหารสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ กล่าวว่า รัฐบาลต้องหาวิธีดูแลจัดการศึกษาให้แก่เด็กไทยที่มีความสามารถพิเศษอย่างเหมาะสม เพื่อให้คนเหล่านี้เป็นกำลังสมองของประเทศในอนาคต อาจใช้วิธีเดียวกับอเมริกา ที่เรียกว่า การประเมินสถานภาพทางปัญญาเมื่อเทียบกับชั้นเรียนหรือเรียกสั้นๆ ว่า เอพีโปรแกรม (AP Program) ซึ่งอเมริกาทำมาเป็น 40 กว่าปีแล้ว ด้วยการให้โรงเรียนและมหาวิทยาลัยจัดทำหลักสูตรตำราเรียนและวิธีการสอนร่วมกัน เปิดโอกาสให้นักเรียน ม.ปลาย ที่มีความสามารถพิเศษเข้าเรียนมหาวิทยาลัยโดยนำหน่วยกิตวิชาเรียนไปขอเทียบโอนในมหาวิทยาลัยได้ ทำให้เด็กจบการศึกษาได้เร็วขึ้นนอกจากนี้ อเมริกายังรับสมัครเด็กต่างชาติจาก 19 ประเทศในมหาวิทยาลัย 150 แห่งเข้าเรียนในหลักสูตรดังกล่าว
      ดร.กอรป กล่าวว่า รัฐบาลอาจจะทำเอพีโปรแกรมขึ้นในไทย โดยแบ่งเป็น 2 ระยะ คือ ระยะแรกจัดตั้งคณะกรรมการพัฒนาการเอพีโปรแกรมของไทยขึ้นก่อน จากนั้นก็คัดเลือกโรงเรียนไทยที่พร้อมส่งเสริมเด็กที่มีความสามารถพิเศษจำนวน 3-4 แห่ง ให้เข้าเรียนในเอพีโปรแกรมอเมริกา เพื่อให้คณะกรรมการเอพีโปรแกรมไทย ได้ติดตามและศึกษาเอพีโปรแกรมของอเมริกาทั้งในเรื่องหลักสูตร การส่งต่อหน่วยกิตระหว่างโรงเรียนกับมหาวิทยาลัยและวิธีการจัดการศึกษา คาดว่าใช้เวลา 3-5 ปี คณะกรรมการคงมีความพร้อมที่จะทำเอพีโปรแกรมได้เอง
      สำหรับระยะที่สองจัดทำโครงการนำร่องเอพีโปรแกรมในไทย โดยข้อความร่วมมือจากโรงเรียนและมหาวิทยาลัยที่มีความพร้อม อาจจะระดับการศึกษาละ 3-4 แห่ง ร่วมกันจัดทำหลักสูตร ตำราเรียน วิธีการสอนและข้อสอบ รวมถึงการรับรองหน่วยกิตการเรียน หากประสบความสำเร็จจึงค่อยๆขยายผลต่อไป ซึ่งวิธีการนี้เราไม่ได้ลอกเลียนแบบอเมริกาแค่ไปศึกษาแล้วนำมาพัฒนารูปแบบให้เหมาะสมกับไทย เพราะเด็กไทยมีความสามารถพิเศษเพิ่มขึ้นปีละ 30,000 คน การพัฒนาสติปัญญา ความสามารถแก่เด็กๆเหล่านี้ จึงควรทำให้เร็วที่สุด เพื่อประโยชน์ของชาติ
       

      แหล่งที่มา หนังสือพิมพ์คมชัดลึก
      วันศุกร์ที่ 13 กันยายน 2545 หน้า 6