การค้นหาและการคัดเลือก

      จากการศึกษาทางด้านสมอง สติปัญญา บุคลิกภาพของเด็กที่มีความสามารถพิเศษ ทำให้เราทราบว่ารูปลักษณ์ของเด็กที่มีความสามารถพิเศษนั้นค่อนข้างแตกต่าง หลากหลาย เด็กบางคนมีความสามารถเหนือระดับไม่มากเท่าไร แต่บางคนก็มีความแตกต่างจากเด็กปกติอย่างเทียบกันไม่ได้ กรณีเช่นนี้พบไม่บ่อยนัก บางคนเก่งหลายอย่าง บางคนเก่งเพียงอย่างเดียว เด็กบางคนมีความสามารถโดดเด่น แต่ไม่ใฝ่ใจที่จะพัฒนาความสามารถของตนเอง แต่ก็มีเด็กที่มีความสามารถโดดเด่น แต่ไม่ใฝ่ใจที่จะพัฒนาความสามารถของตนเอง แต่ก็มีเด็กที่มีความสามารถเป็นที่ประจักษ์และฝักใฝ่ที่จะฝึกฝนตนเองอย่างเต็มที่ เด็กบางคนก็สามารถรับและย่อยข้อมูลได้รวดเร็ว แต่บางคนก็นำข้อมูลไปใช้ในทางสร้างสรรค์แปลกใหม่อย่างที่ไม่คาดคิด เด็กบางคนก็เป็นเพียงผู้ใช้ข้อมูลแต่เพียงอย่างเดียว ในขณะที่เพื่อนบางคนอาจเป็นผู้เสาะหาและผลิตข้อมูล (Passow, 1986)
        เด็กบางคนแสดงความสามารถอย่างชัดเจนตั้งแต่วัยเยาว์ ในขณะที่เด็กบางคนมาแสดงภายหลังช้ากว่าอย่างมาก (Late Bloomers) เด็กแต่ละคนมีความสามารถในทิศทางต่าง ๆ กัน เช่น ความเป็นผู้นำวิทยาศาสตร์ เป็นต้น
        แนวทางในการค้นหาเด็กที่มีความสามารถพิเศษ ที่มีคุณภาพเป็นที่ยอมรับในระดับนานาชาติในปัจจุบันนี้ คือ
        1. การใช้กระบวนการตรวจสอบที่เป็นขั้นตอน
        2. การใช้กระบวนการตรวจสอบที่ใช้เครื่องมือและวิธีการที่เหมาะสมกับ แววของเด็ก
        3. การใช้กระบวนการตรวจสอบที่ไม่ลำเอียงกับเด็กกลุ่มใดเป็นพิเศษ
        4. การใช้กระบวนการตรวจสอบที่เป็นขั้นตอน มีข้อมูลหลายด้านประกอบกัน
       
        โดยในการดำเนินการสำรวจหาความสามารถพิเศษของเด็ก มีขั้นตอนดังนี้คือ
          
        1. ขั้นสำรวจแบบคร่าว ๆ (Screening)
        •   การเสนอชื่อโดยครู ผู้ปกครอง ครูแนะแนว เพื่อน นักจิตวิทยา เป็นต้น
        • รายงานจากครูที่เกี่ยวกับตัวเด็ก เช่น ความสามารถทางสติปัญญา ความกระตือรือร้น พัฒนาการทางอารมณ์ สังคม
        • ประวัติจากครอบครัวเกี่ยวกับพัฒนาการ พฤติกรรมในวัยเด็ก การแก้ปัญหา ประวัติการสังเกตพฤติกรรมที่โดดเด่น ความสนใจ กิจกรรมนอกโรงเรียน
        • ผลการเรียน ผลงานของเด็ก
        • ผลแบบสำรวจที่ใช้สำรวจความสามารถเด็กหลายๆ ด้านแบบคร่าวๆ
        • ผลสำรวจความสนใจ
        • แบบทดสอบสติปัญญาแบบกลุ่ม
        • เมื่อได้คะแนนคร่าว ๆ อาจใช้เกณฑ์คัดเลือกที่อยู่ในเกณฑ์ 10-20% แล้วแต่ความเหมาะสม
        2. ขั้นเจาะลึก
        เพื่อความถูกต้องแม่นยำ โดยรวบรวมข้อมูลที่คัดแล้วมารวบรวม พร้อมทั้งทำการทดสอบเพิ่มเติม โดยใช้
        1. ข้อมูลจากขั้นต้น
        2. การสัมภาษณ์พ่อ แม่ ครู ตัวเด็ก
        3. การทดสอบเฉพาะสาขา
        4. การทดสอบด้วยแบบทดสอบสติปัญญาแบบเดี่ยว
        5. การทดสอบความคิดสร้างสรรค์
       
        3. ขั้นคัดเลือกขั้นสุดท้าย   โดยใช้ข้อมูลทั้งหมดจากขั้นที่ 2 แล้วพิจารณาลดจำนวนเหลือตามความเหมาะสม ที่สามารถจัดโปรแกรมให้เด็กได้ตามศักยภาพของผู้ดำเนินการ อาจเหลือประมาณ 1-5% ควรใช้ผู้เชี่ยวชาญร่วมตัดสิน

      แผนภูมิแสดงขั้นตอนในการสำรวจหาเด็กที่มีความสามารถพิเศษ

      อุษณีย์ โพธิสุข (2540) ปรับปรุงมาจากแนวคิดตาม Model ของ Clark 1992