การสร้างความเปลี่ยนแปลงให้เกิดกับ
การจัดการศึกษาสำหรับผู้ที่มีความสามารถพิเศษ

เรื่อง ... อุษณีย์ อนุรุทธ์วงศ์

การจัดการศึกษาสำหรับผู้ที่มีความสามารถพิเศษของโลกขณะนี้เป็นที่สนใจสำหรับวงการศึกษาและผู้ที่เกี่ยวข้องในกลุ่มประเทศที่มีการพัฒนาการศึกษาในรูปแบบใหม่ เช่น อเมริกา อังกฤษ ออสเตรเลีย ไต้หวัน สิงคโปร์ เกาหลี ฝรั่งเศส เพราะเป็นที่ประจักษ์ดีว่าผลพวงที่ได้จากการพัฒนาการศึกษาสำหรับเด็กที่มีความสามารถพิเศษนั้นส่งผลโดยตรงให้เกิดการพัฒนาคุณภาพของการศึกษาโดยรวม

หลายสิบปีที่ผ่านมาจากกการที่นักวิชาการหลายสาขาทั่วโลกทำงานร่วมกันทำให้เราได้เรียนรู้ และตระหนักถึงความผิดพลาดหลายอย่างที่ทำให้เราไม่สามารถพัฒนาเด็กให้เต็มตามศักยภาพได้ เราได้ข้อมูลหลายอย่าง อาทิ ระยะเวลาที่วิกฤตในการพัฒนาเด็ก วิธีการที่จะพัฒนาความสามารถของเด็ก อันตรายที่อาจเกิดขึ้นกับเด็กในระยะสั้นและระยะยาวจากกระบวนการเรียนรู้ที่ไม่เหมาะสม ฯลฯ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการพัฒนาทางการศึกษาเป็นการพัฒนาองค์รวมของมนุษย์ในทุก ๆ ด้าน หนทางในการดำเนินงานจึงมิใช่เป็นธุระเพียงเฉพาะแค่นักการศึกษาต่อไป แต่เป็นงานของผู้เชี่ยวชาญ และผู้ที่เกี่ยวข้องทุกสาขา

แม้ว่าเรามีคำตอบเพิ่มขึ้นมากมายหากเทียบกับข้อมูลที่เราเคยมีอยู่เมื่อกว่า 50 ปี ที่แล้ว แต่ยั้งมีคำถามที่ต้องการคำตอบอยู่มากมายที่เป็นงานของไม่เฉพาะแต่วงการศึกษาเท่านั้น แต่เกี่ยวข้องกับอีกหลายสาขา อาทิ นักจิตวิทยา จิตแพทย์ ผู้เชี่ยวชาญ ของทุกสาขา ที่ต้องเกี่ยวข้องกับการพัฒนามนุษย์ที่มีศักยภาพสูง ยิ่งเป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อน ซับซ้อน ลึกซึ้ง เหตุที่เราไม่สามารถตอบคำถามหรือหาข้อเท็จจริงได้หลายประการเกิดจากความสลับซับซ้อนของมนุษย์เราเองที่เป็นอินทรีย์สารที่มีการเปลี่ยนแปลงได้ทุกขณะจากปฏิกิริยาตอบโต้กับสิ่งแวดล้อม สิ่งเร้าต่าง ๆ ยิ่งคนที่มีความสามารถเท่าใดการเปลี่ยนแปลงอาจมีมากเป็นเท่าทวีคูณ อีกประการหนึ่งคือความแตกต่างทางวัฒนธรรมทางความคิด การปฏิบัติ ความเชื่อ หรือประเพณีต่าง ๆ ของแต่ละภูมิภาคที่ส่งผลต่อความรู้สึกนึกคิด และการกระทำของคนในแต่ละสังคม นอกเหนือไปจากความเปลี่ยนแปลงอย่างมหาศาลของเทคโนโลยีที่ทำให้หลายประเทศกลายเป็นประเทศด้อยโอกาส และช่องว่างของการพัฒนามนุษย์ไปสู่จุดสูงสุดก็จะยิ่งมีความแตกต่างขึ้น มากขึ้น

เพื่อให้เกิดการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ ต้องมีทิศทางและสามารถนำสู่การปฏิบัติจริงได้นั้น เราต้องเริ่มจากการมีความรู้เพียงพอในเรื่องความหลากหลายของมนุษย์ กระบวนการเรียนรู้ของมนุษย์ ความแตกต่างทางวัฒนธรรมที่ส่งผลต่อการเรียนรู้ การกระทำของคน รวมถึงความคิด ความเชื่อ และปัจจัยที่จะก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของความคิด ความเชื่อการนำเอาภูมิปัญญาท้องถิ่นของแต่ละวัฒนธรรมมาสู่การพัฒนา “ปัญญา” รวมไปถึงการแลกเปลี่ยนความรู้ประสบการณ์ ฯลฯ ที่ต้องอาศัยความรู้ทางวิชาการ และการหล่อหลอมความคิดและปรารถนาดีต่อกันเพื่อผู้มีความสามารถพิเศษจะได้มีโอกาสที่จะช่วยพัฒนาสังคมโลกมากกว่าที่เป็นอยู่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสังคมที่ด้อยโอกาสเท่าใด การพัฒนากลุ่มคนที่มีความสามารถพิเศษ ยิ่งสำคัญมากเท่านั้น

แนวทางการพัฒนาคนที่มีความสามารถพิเศษนั้น คือ การต้องสร้างความเข้มแข็งในเรื่องต่าง ๆ ดังต่อไปนี้

    • องค์ความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับธรรมชาติและความต้องการคนที่มีความสามารถพิเศษ
    • การเสาะหาที่มีประสิทธิภาพเพียงพอและครอบคลุมความหลากหลาย
    • การส่งเสริมและพัฒนาในโรงเรียน และที่บ้าน ร่วมถึงในสังคม
    • การสร้างองค์กรที่มาดูแลเด็กกลุ่มนี้
    • การสร้างสิทธิทางการศึกษาโดยกฎหมาย
    • การสร้างโอกาสทางการศึกษาในระบบการศึกษาในทางปฏิบัติ
    • การสร้างหลักประกันกับสังคมในเรื่องของกระบวนการพัฒนาทรัพยากรที่มีศักยภาพสูงเหล่านี้ให้มีคุณธรรม
    • การสร้างเครือข่ายที่มีประสิทธิภาพ
    • มีการติดตามงาน
    • การมีระบบประเมินคุณภาพ การดำเนินการที่มีประสิทธิภาพ

สิ่งทั้งหมดเหล่านี้จะเกิดขึ้นได้ต่อเมื่อมีการเริ่มต้นจากความเข้าใจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในขณะนี้ การอาศัยความร่วมมือจากต่างประเทศเป็นความจำเป็นในการสร้างรากฐานทางวิชาการ ความร่วมมือจากประเทศต่าง ๆ ในภูมิภาคแต่ละภูมิภาค ซึ่งแต่ละภูมิภาคก็จะมีเอกลักษณ์ของตนที่แตกต่างจากภูมิภาคอื่น การสิ่งเสริมและสนับสนุนจึงควรมีในส่วนที่เป็นสาระสากล (universal knowledge) และส่วนที่เป็นภูมิปัญญาท้องถิ่นที่จะเห็นได้ชัดเจนว่าภูมิปัญญาตะวันออกและตะวันตกมีความแตกต่างกัน

การประชุมนานาชาติก็จะเป็นทางหนึ่งที่จะก่อให้เกิดการสร้างปัจจัยที่จะทำให้เกิดความเข้าใจในระดับนานาชาติ การเรียนรู้วิทยาการซึ่งกันและกัน การหล่อหลอมความเข้าใจ รวมถึงการสร้างสานความสัมพันธ์ทางวิชาการที่ไม่สามารถสร้างได้ง่ายจากการติดต่อทางอื่น ประเทศไทยเองได้รับเกียรติให้เป็นเจ้าภาพร่วมกับ The asia-Pacific Federation of the World Council for Gifted & Talented Children (APF) ซึ่งจะมีผู้แทนจากทั่วโลกมาร่วมสัมมนา และจะเป็นการประชุมครั้งพิเศษพบกันหลังจากเหตุการณ์วันที่ 11 กันยายน 2544 ที่อาจนับได้ว่าเป็นสัญญาณอันตรายอย่างหนึ่งในหลายอย่างที่บอกให้รู้ว่าการละเลยต่อการจัดการศึกษาให้คนฉลาดอาจเป็นอันตรายต่อสังคมที่เราต้องมาหาข้อตกลงที่จะมีทิศทางร่วมกันทั่วโลกในการประชุมครั้งนี้ ที่เรียกว่า “ the 7 Asia-Pacific Conference on Giftedness” โดยมีประเด็นในการจุดประกายการเรียนรู้และพัฒนาความคิดที่เรียนหัวข้อว่า “จุดประกายความคิดสร้างชีวิตทางปัญญา” หรือเรียนเป็นภาษาอังกฤษว่า “ Igniting Children Potentials and Creativity”

ผู้เขียนอยากขอเชิญขวนคนไทย ครูไทย ผู้ปกครองเด็กไทยในฐานะประธานของ APF และในฐานะผู้ทำงานด้านนี้มากว่า 20 ปี ว่าเป็นโอกาสที่ดีมากที่จะได้เห็นพัฒนาการด้านวิชาการจากทั่วโลกในการพัฒนาคนให้เก่งขึ้น มิใช่เฉพาะคนที่ต้องมีเด็กที่เรียนดีเท่านั้น ท่านที่สนใจสามารถติดต่อ สำนักงานประสานงานเอพีเอฟประเทศไทย (APF Thailand Liaison Office)ห้อง 936 ตึกสำนักงานอธิการบดี มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ถนนสุขุมวิท 23 กรุงเทพ 10110 โทร.0-2260-2601, 0-2260-3566, 0-2664-1000 ต่อ 5632 โทรสาร: 0-2260-2601 หรือ 0-2258-4006 e-mail : pichaksiri@yahoo.com หรือดูข้อมูลได้ที่ www.thaigifted.org