การพัฒนาทักษะการคิดสำหรับเด็กที่มีความสามารถพิเศษ

เรื่อง ... อุษณีย์ โพธิสุข

ฉบับที่แล้วผู้เขียนได้เล่าเรื่องการทำการวิจัยในชั้นเรียนซึ่งเป็นการวิจัยและพัฒนาความรู้โดยใช้การวิจัยเชิงปฏิบัติการ (Action Research) ที่คณะกรรมการโครงการศูนย์พัฒนาอัจฉริยภาพของเด็กมหาวิทยาลัยศรีนครินทร์วิโรฒ ไปทำการวิจัยที่โรงเรียนไผทอุดมศึกษา โดยการสนับสนุนของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาแห่งชาติ ฉบับนี้ก็จะเล่าเจาะเฉพาะสาขาการพัฒนาทักษะความคิด

การพัฒนาทักษะการคิดนี้ความจริงก็มีมาตั้งแต่สมัยหลายพันปี และก็ทำกันในหมู่คนปัญญาเลิศทั้งหลาย เช่นในอินเดีย จีน กรีก ฯลฯ ไม่ได้ถือเป็นหลักสูตรที่ชัดเจนเรียกว่าเกิดขึ้นเพื่อตอบสนองความต้องการทางปัญญาของคนลักษณะนี้ก็ว่าได้ เมื่อมีโครงการจัดการศึกษาสำหรับเด็กที่มีความสามารถพิเศษขึ้นมา จึงมีการพัฒนาหลักสูตรที่เหมาะกับความต้องการทางการศึกษาให้กับเด็กกลุ่มนี้ ซึ่งก็ต้องเป็นหลักสูตรที่สลับซับซ้อนท้าทายสติปัญญาของพวกเขา หลักสูตรการพัฒนาทักษะการคิดจึงถูกนำเข้ามาขัดสีฉวีวรรณปรับเปลี่ยนให้สมยุคสมัยและวัยเด็กอีกที และต่อมาก็ได้พบว่ากลยุทธ์เช่นนี้ก็เป็นประโยชน์กับเด็กทั่วไปจึงได้มีการนำไปเผยแพร่ในวงการศึกษาทั่วโลกให้เด็กทุกคน “คิดเป็นทำเป็น”

นอกจากนี้ เป็นที่ประจักษ์ว่าสถานการณ์หลายอย่างที่เกิดขึ้นในโลกและรอบ ๆ ตัวเราชี้ชัดแล้วว่า เราต้องหันมาให้ความสนใจเรื่องทักษะการคิดด้วยสาเหตุสำคัญหลายประการ เช่น

    1. ความต้องการทางสังคมที่เกิดจากภาวะความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในประวัติศาสตร์มนุษยชาติทั้งทางด้านเศรษฐกิจ การเมือง สังคม และการศึกษา
    2. ความเจริญก้าวหน้าทางเทคโนโลยีที่มีบทบาทสำคัญที่ส่งผลกระทบทั้งทางบวกและทางลบต่อสังคมโลก โดยทำให้เราสามารถสร้างสรรค์สิ่งใหม่ ๆ ได้มากมายอย่างไร้พรหมแดน ไร้ขีดจำกัด และมีพลังอำนาจทางการตลาดกว้างมากขึ้น แต่ก็สร้างปัญหาใหญ่ที่ทำให้เราแก้ไม่ตก
    3. ภาวะขัดแย้งที่เกิดขึ้นในกลุ่มคนและตนเอง ที่เกิดจากการไม่สามารถปรับตัวให้เข้ากับสถานการณ์ใหม่ ๆ ได้ การเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็วจึงทำให้เกิดปัญหาหลายด้าน จึงเป็นภาวะความขัดแย้งที่เกิดทั้งภายในตนเองและภายในกลุ่มสังคม ซึ่งต้องการพลังความคิดที่ซับซ้อนและมีคุณภาพมาตอบสนองต่อความต้องการดังกล่าว

จากผลงานวิจัยและการเก็บรวบรวมข้อมูลจากแหล่งต่างๆ พบว่า ถึงแม้เด็กที่มีความสามารถทางสติปัญญาดีอาจคิดได้รวดเร็วลึกซึ้งกว่าเด็กทั่วไปก็มิได้หมายความว่า เขาจะคิดเก่ง คิดถูกต้อง หรือคิดดีเสมอไป และบ่อยครั้งพบว่าผู้ที่มีลักษณะเช่นนี้อาจจะไม่มีลักษณะการคิดที่ขาดทักษะกระบวนการคิด หรือหลักการคิดที่ดี ขาดการคิดไตร่ตรอง อย่างรอบคอบ ขาดการคิดอย่างสร้างสรรค์ หรืออาจขาดวิจารณญาณ เนื่องจากคุณลักษณะทางความคิดเป็นสิ่งที่ต้องเรียนรู้ หากเด็กเหล่านี้ได้รับการชี้แนะหรือฝึกฝนทักษะกระบวนการคิดก็จะทำให้เด็กได้ความคิดอย่างมีประสิทธิภาพ มีหลักเกณฑ์ และคิดในสิ่งที่เป็นประโยชน์ต่อคนอื่น

คณะวิจัยทำการพัฒนารูปแบบที่สามารถนำมาใช้ในสังคมไทย การทำการศึกษานั้นใช้กลุ่มตัวอย่างที่เป็นเด็กที่มีความสามารถพิเศษสาขาคณิตศาสตร์ สาขาภาษาไทยและสาขาภาษาอังกฤษชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ใช้เวลาทำการศึกษา 1 ภาคเรียน

แนวทางการจัดกิจกรรม

กิจกรรมที่ใช้เน้นการพัฒนาทักษะความคิดสร้างสรรค์ ความคิดอย่างมีวิจารณญาณ และการแก้ปัญหาอย่างสร้างสรรค์ โดยไม่อิงเน้นการฝึกความคิดวิชาการสาขาใดสาขาหนึ่งโดยเฉพาะ เพื่อฝึกให้เด็กได้คุ้นเคยกับโครงสร้างการคิดระดับสูง และเห็นโครงสร้างวิธีคิดแบบต่าง ๆ ได้ชัดเจนขึ้น ส่วนการพัฒนาทักษะการคิดที่ผสมผสานในเนื้อหาวิชาต่าง ๆ เช่น คณิตศาสตร์ ภาษา ดนตรี และศิลปะนั้น จะอยู่ในการวิจัยของแต่ละสาขา

การประเมินผลการวิจัย

ใช้การประเมินผลการพัฒนาจากแบบสังเกต แบบประเมินความสำเร็จของโครงการโดยผู้บริหาร ครูผู้สอน และนักเรียน แบบทดสอบความคิดอย่างมีวิจารณญาณ (Ross Test of Higher Cognitive Process) และแบบทดสอบความคิดสร้างสรรค์ (TCT-DP : Test of Creative Thinking-Drawing Production)

ผลการวิจัย

คะแนนความคิดสร้างสรรค์และสร้างสรรค์และความคิดอย่างมีวิจารณญาณ ก่อนและหลังการทดลองแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .001 นอกจากนี้จากการสังเกตพฤติกรรมของครูผู้สอนลงความเห็นว่า นักเรียนที่เข้าร่วมโครงการมีความสามารถในการคิดสร้างสรรค์เพิ่มสูงขึ้น กิจกรรมที่ให้นักเรียนคิดวิเคราะห์และค้นหาวิธีการแก้ปัญหาจากสถานการณ์ที่กำหนดให้ผลปรากฎว่าคำตอบจะมีความหลากหลาย ริเริ่มแปลกใหม่ ไม่ซ้ำแบบใครมากขึ้น ฉีกแนวความคิดเดิม ๆ ในกิจกรรมครั้งแรก ๆ มากขึ้น นอกจากนี้แล้ว การมองสภาพโดยทั่วไปของปัญหา นักเรียนสามารถมองได้อย่างละเอียดมากขึ้นโดยดูได้จากการตอบคำถามที่ครูถาม และการร่วมอภิปรายครูเกี่ยวกับปัญหา นั้น ๆ แสดงว่าการใช้เกม กิจกรรม แบบฝึกต่าง ๆ ที่ส่งเสริมความคิดนั้นสามารถทำให้นักเรียนมีพัฒนาการทางด้านทักษะการคิดมากขึ้น

ข้อเสนอแนะจากงานวิจัย

สถาบันที่ผลิตบุคลากรทางการศึกษาต้องจัดหลักสูตรวิธีการพัฒนาความคิดเพื่อให้ผู้ที่จะมาเป็นครูมีแนวทาง และวิธีปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม(ในปัจจุบันที่มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒได้เปิดหลักสูตรวิธีการพัฒนาทักษะการคิด ทั้งระดับบัณฑิตศึกษาและหลักสูตรพื้นฐานสำหรับปริญญาตรีทั่วไป) ผู้บริหารสถานศึกษาควรมีความเข้าใจถึงความสำคัญของการนำวิธีการพัฒนาทักษะการคิด เข้ามาใช้ในระบบการศึกษา โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับเด็กที่มีความสามารถพิเศษ และควรหาหนทางนำภูมิปัญญาไทย ภูมิปัญญาท้องถิ่นไปใช้ในกิจกรรม นอกจากนั้น การสร้างสภาพแวดล้อมเพื่อพัฒนาความคิดให้เป็นไปได้นั้นโรงเรียนต้องมีบรรยากาศที่เด็กรู้สึกปลอดภัย เป็นอิสระ

ท้ายสุดขอบอกว่าหากคุณครูท่านใดสนใจที่จะนำทักษะวิทยายุทธทางความคิดไปใช้ก็จะพบความมหัศจรรย์ทางปัญญาอย่างเหลือเชื่อของเด็ก ๆ ที่บางคนอาจถูกตราหน้าว่า “โง่เง่า” ว่าทำไมจึงคิดได้ดีกว่าผู้ใหญ่ หากสนใจรายละเอียดของงานวิจัยกรุณาติดต่อขอรับได้ที่สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาแห่งชาติ (ช้าหมดเพราะมีจำนวนจำกัด)