การปั้นเด็กวิทย์ของไทยไปทางไหนดี

เรื่อง ... อุษณีย์ อนุรุทธ์วงศ์

เมื่อวันเสาร์ที่ 20 เมษายน ที่ผ่านมานักวิทยาศาสตร์และผู้ที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาผู้ที่มีความสามารถพิเศษทั้งหลายได้มาพบกัน นับเป็นการรวมพลแกนนำของผู้สร้างคนเก่งในสาขาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีอีกครั้งหนึ่งในงานการประชุมสัมมนาเรื่อง “การพัฒนาเด็กให้ถูกทางและสร้างชาติ” ซึ่งนับว่าเป็นอีกครั้งหนึ่งที่ได้เห็นความตั้งใจและความทุ่มเทของนักวิชาการไทย ว่าท่านเหล่านั้นมีความมุ่งหมายให้เด็กที่เก่งทัดเทียมกับนานาอารยชาติ โดยมุ่งหวังที่จะให้เกิดการสร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างองค์กรที่ดำเนินการในเรื่องนี้เพราะในอนาคตอันใกล้ประเทศไทยต้องการนักวิทยาศาสตร์และนักวิจัยนับแสนคน ในปัจจุบันเรายังมีศักยภาพในการสร้างบุคลากรในสาขานี้ต่ำกว่าความต้องการมากมายนัก

ปัญหาเหล่านี้เป็นที่รับรู้เป็นอย่างดีในวงการวิทยาศาสตร์ของประเทศไทย ซึ่งการที่เราจะได้บุคลากรที่มีความสามารถทางวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีได้นั้น คงต้องหาปัจจัยสู่ความสำเร็จอย่างเป็นรูปธรรมก่อน เพราะการพัฒนาบุคลากรสาขานี้ต้องระดมสรรพกำลังทุกด้าน เพื่อประเทศจะสามารถยืนบนขาของตนเองด้านวิทยาศาสตร์เทคโนโลยี โดยที่พึ่งพาต่างประเทศให้น้อยลง การที่จะทำเช่นนั้นได้คงต้องมองให้ครบวงจร ตั้งแต่แววความสามารถของเด็กแสดงออกมาให้เห็น จนถึงการสร้างเส้นทางวิชาชีพที่เป็นผู้ผลิตคิดค้น สามารถมีความสุขอยู่กับงานของตนเองได้

ปัญหาที่พบบ่อยในการสร้างนักวิทยาศาสตร์ไม่ว่าในบ้านเราหรือในประเทศอีกหลาย ๆ ประเทศ คือ

    1. ปัญหาเรื่องการเสาะหาผู้ที่มีศักยภาพสูงด้านนี้ เนื่องจากผู้ที่มีความสามารถพิเศษทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีมีหลากหลายลักษณะซึ่งประเด็นปัญหาหลักคือ การขาดเครื่องมือที่มีมาตรฐานและเหมาะสมกับคุณลักษณะของเด็กแต่ระดับชั้น นอกเหนือไปจากสิ่งที่สำคัญคือกระบวนการที่ค้นหาส่วนใหญ่จะคัดกรองด้วยข้อสอบเป็นหลัก ซึ่งอาจจะไม่ครอบคลุมลักษณะที่สำคัญของนักวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
    2. เด็กที่มีความสามารถพิเศษระดับสูง (Highly Gifted) กลุ่มนี้เป็นความต้องการของทุกประเทศ อาจมองเห็นความสามารถของเขาได้ง่ายมาก เพราะความสามารถเขาเกินกว่าวัยปรกติอย่างมาก หรือในบางกรณีอาจเป็นเด็กที่ไม่มีใครเห็นศักยภาพของเขา เนื่องจากถูกปัญหาของความไม่เข้าใจจากสังคมรอบด้านเด็กกลุ่มนี้ประมาณหนึ่งในหมื่นของประชากรเด็กนับเป็นทรัพยากรที่มีค่ายิ่งของประเทศชาติ หากได้รับการพัฒนาที่เหมาะสมตามความสนใจของเขา ก็จำทำให้เราได้อัจฉริยบุคคลของโลกที่เป็นคนไทย แต่เป็นที่น่าเสียดายว่าเรามักพบกับความล้มเหลวในการจัดการศึกษาที่เหมาะสมให้กับเขา
    3. ปัญหาจากการจัดการศึกษาพบว่าเมื่อมีการคัดเลือกเด็กมาแล้ว การออกแบบการศึกษาสำหรับเด็กกลุ่มนี้ยังเป็นระบบที่ไม่ยืดหยุ่นตามตัวเด็กทำให้เด็กอาจเกิดความคับข้องใจ หรือไม่สามารถใช้ความสามารถอย่างเต็มที่ได้
    4. ปัญหาจากพัฒนาเด็กส่วนใหญ่ไม่พัฒนารอบด้านมักเน้นการพัฒนาเฉพาะความสามารถที่เป็นเป้าประสงค์ของโครงการเท่านั้น ส่วนพัฒนาการทางอารมณ์ สังคม รวมถึงจิตสำนึกที่จะอุทิศตนเพื่อวิชาการ และเพื่อสังคมโลก มักจะไม่มีการยึดเป็นเป้าหมายที่สำคัญ ทำให้เราได้คนที่เรียนเก่งแต่ขาดคุณสมบัติที่จะอยู่ร่วมกับคนอื่นอย่างมีค่าและมีความสุข
    5. ปัญหาการองค์ความรู้เกี่ยวกับดูแลและพัฒนาผู้ที่มีความสามารถพิเศษ รวมถึงการขาดทรัพยากรบุคคล งบประมาณ ทำให้อาจไม่สามารถพัฒนาไปได้เท่ากับหลายประเทศ
    6. ปัญหาของวัฒนธรรมทางวิทยาศาสตร์ในบ้านเราอาจด้อยกว่าในประเทศตะวันตก เช่น ความอยากรู้อยากเห็น ความมุ่งมั่นหาความรู้ความจริง ความกระหายต่อวิชาการ จึงเห็นได้ว่าในประเทศตะวันตกมีคนจำนวนไม่น้อยที่อุทิศตัวเพื่อความรู้ความจริง

แนวทางการตรวจสอบ เสาะหาเด็กที่มีความสามารถพิเศษ หรือการพัฒนาต้องดูองค์

ประกอบหลัก 4 ประการ คือ

    • เรื่องของใจ คือความชอบ ความอยากได้ ใคร่รู้ในสิ่งนั้นหรือไม่ เพราะหลายโครงการไม่สำเร็จเพราะใจไม่รัก
    • เรื่องของความสามารถที่โดดเด่น หรือมีแววว่าจะโดดเด่นกว่าคนอื่นในเรื่องนั้น
    • เรื่องของวิธีคิด ที่จะต้องสลับซับซ้อนพิสดารแปลก หรือมีเหตุผล กว่าคนอื่น
    • เรื่องของอารมณ์ สังคม คุณธรรม ที่ต้องมีควบคู่กับการมีวิชาการ จะเห็นได้ว่าในสมัยโบราณจะมีการเลือกคนที่จะมารับความรู้สุดยอดนั้น จะเลือกจากคุณธรรมและความสามารถ ซึ่งในปัจจุบันถือว่าระบบการศึกษายังล้มเหลวในเรื่องนี้อย่างชัดเจน จึงมีความเดือดร้อนทั่วโลก เนื่องจากคนไร้คุณธรรมมีอำนาจ มีวิชาการที่จะทำร้ายคนอื่นได้ง่ายกว่าเดิม

ใจ

ความรู้

ความคิด

คุณธรรม

ถึงแม้ว่าเราอาจมีปัญหาดังกล่าวที่เป็นปัจจัยที่นำไปสู่ความยากลำบากในการสร้าง

พลังในการพัฒนาเด็กกลุ่มนี้ก็ตาม แต่ความมุ่งมั่น ความตั้งใจจริงรวมทั้งความเสียสละของกลุ่มนี้ก็ตาม แต่ความมุ่งมั่นความตั้งใจจริงรวมทั้งความเสียสละของกลุ่มบุคลากรหลายหน่วยงานที่พยายามมารวมตัวกัน ไม่ว่าจะเป็น สวทช. สสวท. มศว โรงเรียนวิทยาศาสตร์(มหิดลวิทยานุสรณ์) ฯลฯ น่าจะเป็นสิ่งที่สำคัญพอที่เราจะสร้างรูปแบบการทำงานแบบไทยที่สามารถประสบความสำเร็จได้ และเราคงต้องร่วมกันหาแนวทางการดำเนินงานภายใต้เงื่อนไขภาวะไทย พลังใจไทยอย่างมีทิศทาง