ศูนย์วิทยพัฒนา : ศูนย์การเรียนรู้รูปแบบใหม่

เรื่อง ... อุษณีย์ โพธิสุข


จากรายงานและรายงานจากโครงการจัดการศึกษาสำหรับเด็กที่มีความสามารถพิเศษในทุกประเทศ พบว่า กระบวนการตรวจสอบและเสาะหาเด็กกลุ่มนี้มีความสลับซับซ้อนละเอียดอ่อนและเกิดการผิดพลาดได้ง่ายหากขาดความเข้าใจเรื่องธรรมชาติของเด็กกลุ่มนี้

กระบวนการเสาะหาเด็กในปัจจุบันจึงให้ความสำคัญกับการรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับเด็กนักเรียนหลาย ๆ ด้าน ศึกษาพัฒนาการอย่างต่อเนื่องรวมถึงการใช้เครื่องมือทดสอบที่เหมาะสมและมีคุณภาพ

ปฎิกริยาหนึ่งที่เด็กอาจต่อต้าน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเด็กที่อ่อนไหวง่าย หรือมีประสบการณ์ที่ไม่ดีต่อการทดสอบ การออกแบบกระบวนการเสาะหาแววเด็กที่เป็นสถานการณ์ที่เด็กได้แสดงออกตามธรรมชาติ จึงเป็นประเด็นที่สำคัญที่อาจเป็นทางเลือกที่ดี

ศูนย์วิทยพัฒนาเป็นศูนย์การเรียนรู้ที่ออกแบบมาจากทฤษฎีของสมองและการเรียนรู้ ทฤษฎีจิตวิทยา ทฤษฎีการเรียนรู้ และทฤษฎีเกี่ยวกับการพัฒนาทักษะการคิดเพื่อเป็นแหล่งที่ให้เด็กฝึกฝนการเรียนด้วยตนเองตามที่ตนเองถนัดและสนใจ โดยการสร้างสรรค์บรรยากาศที่กระตุ้นให้เด็กอยากเรียน โดยแบ่งพื้นที่ห้องเรียนเป็น 11 มุม ดังนี้

    1. สติอารมณ์ (EQ. Corner) เป็นสื่อที่ช่วยพัฒนาให้เด็กเข้าใจในปัญหาทางอารมณ์และจิตใจของตนเอง ตลอดจนมีแนวทางในการฝึกฝน หรือแนะนำให้มองทิศทางการแก้ไขปัญหาด้วยตนเอง อาทิ แบบฝึกการรับรู้ด้านอารมณ์ การพัฒนาจิตใจรูปแบบต่าง ๆ สื่อที่ช่วยเพื่อพัฒนาจริยธรรม สื่อที่ทำให้เกิดความเข้าใจตนเองมากขึ้น
    2. สังคมศึกษา (Social Studies corner) เป็นสื่อที่สร้างประสบการณ์ให้เด็กได้มีโอกาสสืบค้นศึกษาวิเคราะห์
      ปรากฎการณ์ในประวัติศาสตร์ ภูมิศาสตร์ ด้วยการลงมือปฏิบัติและวิเคราะห์ข้อมูล อาทิ สื่อที่ทำให้เกิดความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับชุมชนที่อยู่อาศัย ลูกโลก และวิเคราะห์ข้อมูลเป็นต้น
    3. ค้นคว้า ประดิษฐ์ (Invention Corner) เป็นสื่อที่กระตุ้นให้เด็กเกิดแรงบันดาลใจให้ประดิษฐ์คิดค้นด้านต่าง ๆ ซึ่งจะมีการนำเสนอวิธีการคิดค้นด้านต่าง ๆ ซึ่งจะมีการนำเสนอวิธีคิดของนักประดิษฐ์ที่มีชื่อเสียง รวมทั้งกระตุ้นให้เกิดการสร้างสรรค์งานประดิษฐ์ด้วยกระบวนการคิดระดับสูง อาทิ ประวัติบุคคล สื่อที่ช่วยสร้างความคิดในการประดิษฐ์
    4. ชวนคิดคำนวณ (Computing Corner) เป็นสื่อท้าทายความคิดในการคำนวณรูปแบบต่าง ๆ อาทิ แผนภูมิตาราง ตัวเลข การคำนวณ สื่อช่วยการคำนวณ หนังสือหลัก คิดเลขเร็ว สื่อสามมิติ เช่นลูกบาศก์ เกมที่เกี่ยวข้องกับการคำนวณ
    5. ถอดชนวนรหัส (Decoding Corner) เป็นการสร้างองค์ความรู้ด้านการถ่ายโยงความคิดจากความเข้าใจมาเป็นรหัสภาษาต่าง ๆ เช่น ภาษาพูด ภาษาเขียน ภาษาคอมพิวเตอร์รหัสมอร์ส เช่น สื่อที่ทำให้เกิดทักษะทางภาษา เกมทางภาษา การถอดรหัสชนวนภาษาต่าง ๆ สื่อที่ช่วยการพัฒนาการสร้างสรรค์ทางภาษา การแปล การระบายความรู้สึกนึกคิด หรือเกิดพัฒนาการทางภาษา
    6. วิวัฒน์ธรรมชาติ (Natural Science) เป็นสื่อที่สร้างประสบการณ์ให้เด็กเข้าใจปรากฏการณ์ของธรรมชาติความรู้ที่เกี่ยวกับธรรมชาติศึกษาและวิทยาศาสตร์ เรื่องเกี่ยวกับความเป็นไปในโลกมนุษย์ อาทิ การระเบิดของภูเขาไฟกำเนิดของสิ่งมีชีวิต การเกิดปรากฏการณ์ต่าง ๆ
    7. สร้างสานงานวิเคราะห์ (Critical Thinking Corner) เป็นสื่อที่ฝึกการวิเคราะห์ ฝึกเหตุผล ฝึกความคิดแบบมีวิจารณญาณ โดยผ่านความรู้สาขาต่าง ๆ ที่อาจผสมผสานกับวิชาการต่าง ๆ เช่น สื่อคณิตศาสตร์ แบบใช้ความคิดแบบมีวิจารณญาณ หรือวิชาอื่นๆ รวมทั้งอาจเป็นเกมที่สร้างความคิดแบบมีวิจารณญาณ
    8. สะเดาะความคิด (Problem Solving Corner) เป็นสื่อที่สร้างประสบการณ์การแก้ปัญหาที่ท้าทายปัญหาที่ไม่มีสูตรตายตัวที่จะทำให้เด็กสามารถนำความรู้วิชาการต่าง ๆ ไปพัฒนาได้ลึกซึ้งซับซ้อนยิ่งขึ้น อาจเป็นสื่อที่เกี่ยวข้องหรือไม่เกี่ยวข้องกับวิชาการที่เรียนอยู่ในหลักสูตร แต่เป็นสื่อที่สร้างวิธีคิดในการแก้ปัญหาอย่างสร้างสรรค์ให้กับ นักเรียน
    9. พิชิตจินตนาการ (Imagination Corner) เป็นสื่อที่กระตุ้นให้เด็กสร้างสรรค์จินตนาการสร้างความคิดแปลกใหม่ กล้าคิด กล้าทำ เน้นทักษะกระบวนการคิดแบบสร้างสรรค์ตามหลักวิชาการ เป็นสื่อที่เน้นการสร้างจินตนาการ ความคิดที่แปลกใหม่ เป็นต้น
    10. ปัญจสัมผัส (5 Sense corner) เป็นสื่อที่พัฒนาการเรียนรู้ที่ผ่านประสาทสัมผัสทั้ง 5 เพื่อให้เด็กรู้จักและเข้าใจลีลาการเรียนรู้ (Learning Styles) ของตนเอง รวมทั้งพัฒนาพลังสมองที่ผ่านประสาทสัมผัสทั้ง 5 ให้มีประสิทธิภาพ
    11. สัมพันธ์มิติ (spatial Corner) เป็นสื่อที่ช่วยพัฒนาทักษะทางด้านมิติสัมพันธ์ การมองเห็นสิ่งต่าง ๆ ในภาพรวมทั้งการพัฒนาความสามารถทางสมองของเด็กให้มองเห็นสิ่งต่าง ๆ ในหลายมิติมากขึ้นทั้ง 2 มิติ และ 3 มิติ

จากรายงานของผลการใช้ห้องศูนย์วิทยพัฒนาในทุกโรงเรียนที่มีศูนย์นี้อยู่พบว่า เด็กชอบเรียนในห้องนี้มากที่สุด เด็กหลายคนได้มีโอกาสแสดงความสามารถที่เหนือระดับการเรียนชั้นปรกติ และค้นพบความถนัดของตนเองจำนวนความถี่ที่เด็กเข้าเรียนแต่ละมุม เป็นข้อมูลที่บอกให้เราทราบว่าเขาชอบอะไร และทำอะไรได้ดี มีความสุขอยู่กับกิจกรรมใดมากที่สุด

เด็กคนหนึ่งได้คะแนนคณิตศาสตร์ต่ำมากในชั้นเรียนแต่สามารถแก้โจทย์ปัญหาที่ยากมากและซับซ้อนได้อย่างน่าพิศวง แน่ละจากข้อมูลที่ได้จากห้องศูนย์ทำให้เราเชื่อได้ว่าเด็กคนนี้น่าจะมีความสามารถพิเศษด้านคณิตศาสตร์ เมื่อตรวจสอบดูจึงพบว่าเด็กเบื่อหน่ายการเรียนในชั้นเรียน เพราะไม่ท้าทายพอ จึงเป็นอีกกรณีศึกษาที่แสดงให้เห็นว่าบางครั้งการคัดเลือกเด็กเก่งเข้าโครงการโดยใช้ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนอาจไม่เหมาะสมเสมอไป

นอกจากจะเป็นศูนย์การเรียนที่ใช้สำรวจความสนใจของเด็กแล้ว ครูยังสามารถสังเกตพฤติกรรมการเรียนด้านอื่น เช่น พฤติกรรมทางสังคม เด็กบางคนซุกตัวอยู่มุมห้องคนเดียวครูก็สามารถสังเกตได้ว่าเด็กคนนี้ต้องการความช่วยเหลือเป็นพิเศษ เพื่อให้เด็กมีความรู้สึกว่าเป็นส่วนหนึ่งของสังคม

ศูนย์วิทยพัฒนาเป็นศูนย์การเรียนที่เด็กรัก เป็นห้องเรียนที่ทำให้ครูมีความรู้สึกว่าตนเองประสบความสำเร็จในวิชาชีพ และที่สำคัญครูได้ประจักษ์ถึงศักยภาพที่มีอยู่มากมายมหาศาลของเด็ก ครูหลายคนพูดว่า “ไม่น่าเชื่อว่าเด็กจะทำได้ขนาดนี้”