|
เรื่องของ
โจ
เรื่อง
... อุษณีย์ โพธิสุข
เรื่องของโจหากว่าเป็นคดีความก็เรียกว่าเป็นคดีดัง
เพราะเผอิญไปออกรายการทีวีรายการดัง
คนดูมามาย จึงเป็นที่สนใจของคนจำนวนไม่น้อย ทั้ง ๆ ที่อาจจะมีเด็กอีกหลายคนที่ประสบภาวะเช่นเดียวกับโจ
แต่ยังไม่มีใครเข้าใจหรือให้ความสนใจจริงจัง
โจ เป็นเด็กชายวัย 9 ขวบ รูปร่างผอมบาง
ผิวขาว เป็นเด็กที่ครูมักตำหนิว่า เป็นเด็กก่อกวนความสงบของชั้น
โจโดนลงโทษอย่างรุนแรงจากครูบางคน โดยการตีจนเป็นรอยแนวยาวในเรื่องที่ไม่รุนแรงนัก
ผลการเรียนของโจโดยทั่วไปอยู่ในระดับปานกลาง โจมีความสนใจทางด้านวิทยาศาสตร์อย่างชัดเจน
เช่น เมื่อเล็ก ๆ ชอบเอาต้นไม้มาจัดกลุ่ม จัดหมู่ จัดพวก
เพาะต้นไม้ คิดหาวิธีแพร่พันธุ์ไม้ อยากส่งพันธุ์ต้นไม้ออกขายทั่วโลก
เมื่อโตขึ้นเห็นหนังสือประเภทอิเล็กทรอนิกส์ก็อยากอ่าน
อยากลองอยากทำ ครั้งแรกแม่ไม่ซื้อให้ โจก็ใช้วิธีจดจำวงจรไฟฟ้า
และคำอธิบายการประกอบต่าง ๆ แล้วนำมาทำเองที่บ้าน แม่เห็นโจสนใจเช่นนั้นก็เลยซื้อหนังสือให้
และซื้อเครื่องมือให้ประกอบเครื่องใช้ไฟฟ้าที่โจอยากทำ
สิ่งเหล่านี้กลายเป็นปัญหาก่อกวนความสงบแห่งชาติ
(ที่โรงเรียน) ทันที เมื่อโจนำอุปกรณ์ไฟฟ้าไปให้เพื่อนดู
และเพื่อนบางคนก็แอบเอาไปดูอย่างสนอกสนใจ ทำให้ชั้นเรียนไม่เป็นระเบียบ
โจโดนตำหนิ และโดนเพ่งเล็งนอกเหนือจากคดีความอื่นๆ ที่มีอยู่แล้ว
ธรรมชาติของเด็กที่มีความสามารถพิเศษทางวิทยาศาสตร์โดยพื้นฐานแกช่างสังเกต
อยากรู้ อยากเห็น อยากลอง อยากเรียนรู้จากการทำมากกว่าการนั่งฟังการสอน
แบบที่โรงเรียนทั่วไปปฏิบัติกันอยู่ และในหลาย ๆ ครั้งที่เด็กอาจจะหมกหมุ่นอยู่กับเรื่องใดเรื่องหนึ่งเป็นพิเศษ
เช่น อาจจะคิดประดิษฐ์งานชิ้นใดชิ้นหนึ่งอย่างต่อเนื่อง
แค่ระบบเวลากดกริ่งกันทุก 50 นาที ก็ทำให้ฝันนั้นต้องสะดุดหยุดลงอย่างช่วยไม่ได้อยู่แล้วหากเจอทั้งการสอนที่ไม่เหมาะสมกับวิธีการเรียนหรือลีลาการเรียนรู้
(Learning Style) ของเด็ก ก็ต้องลงเอยด้วยพฤติกรรมที่เป็นปัญหา
ไม่สนใจเรียน เรียนอ่อน ต่อต้านครู ก่อกวน ฯลฯ
อาการเหล่านั้นคือ ปัญหาทางพฤติกรรม
ซึ่งมีสาเหตุมาจากสภาพแวดล้อมที่ไม่เหมาะสมกับตัวเด็กมากกว่าปัญหาที่เกิดจากลักษณะทางกายภาพของเด็ก
เช่น สภาวะการทำงานของสมอง การทำงานของระบบต่อมไร้ท่อที่ทำให้สารเคมีในร่างกายของเด็กผิดปกติไป
ซึ่งเป็นสาเหตุของพฤติกรรมที่ผิดปกติบางประเภท
ขณะนี้เป็นที่น่าเสียดายว่า เด็กไทยที่มีศักยภาพสูงมาก
ขาดความสุขในโรงเรียน จนมีพฤติกรรมที่เป็นปัญหาคล้ายคลึงกับปัญหาของโจ
บางคนไอคิวสูงมากแต่เรียนได้ศูนย์ทุกวิชาบางคนกลัดกลุ้มกับการเรียนเลยแก้ปัญหาด้วยการไม่ไปโรงเรียน
เด็กเหล่านี้ก็มักถูกสรุปว่าเป็นเด็กที่มีปัญหา
!
หลังจากออกรายการทีวีไปแล้วมีคนจำนวนมากแสดงความเห็นใจโจสงสาร
และประณามโรงเรียนที่ลงโทษโจเช่นนั้น มีนักจิตวิทยาบางท่านที่ได้เห็นโจทางทีวีให้ความเห็นว่า
โจไม่ใช่เด็กปัญญาเลิศหรอก แต่เป็นเด็กมีปัญหา
อย่างไรก็ตาม ก็มีหน่วยงานของรัฐที่สนใจให้การสนับสนุนและส่งเสริมน้องโจ
คือ ทางสถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.)
อย่างเป็นระบบ โดยประสานงานกับคลีนิคการศึกษาพิเศษของมหาวิทยาลัยศรีนคริทรวิโรฒ
ซึ่งดูแลน้องโจตั้งแต่ยังไม่ย้ายจากโรงเรียนเดิม
เรื่องของน้องโจนี้ บางคนก็ว่าเป็นเรื่องแฮปปี้เอนดิ้ง
จริง ๆ แล้วก็เป็นเพียงขั้นเริ่มต้นของการช่วยเหลืออย่างเป็นระบบ
มีผู้เชี่ยวชาญเฉพาะสาขาดูแล ( ดร.วิสุทธิ์ ฐิติรุ่งเรืองและคณะ)
ร่วมกับการดูแลทางด้านการปรับตัวต่าง ๆ โดยนักการศึกษาพิเศษ
ผู้ที่มีความสำคัญในเรื่องนี้คือ ทางโรงเรียนจะต้องทำความเข้าใจกับกระบวนการจัดการศึกษาที่เป็นการศึกษาเสริมจากหลักสูตรปรกตินอกเหนือไปจากการช่วยเหลือเกี่ยวกับสภาวะจิตใจของโจ
น้องโจเป็นกรณีศึกษาที่ถือว่าเป็นกรณีตัวอย่างที่มีเด็กทำนองนี้อีกหลายคนที่ยังไม่ได้รับการช่วยเหลือดูแลและโรงเรียนก็มีครูไม่เข้าใจเด็กอยู่ไม่น้อยทีเดียว
ครูบางคนไม่เข้าใจเพราะว่าขาดความรู้เรื่องธรรมชาติของเด็กแต่ละประเภท
แต่ครูบางคนไม่เข้าใจเพราะว่า ไม่มีใจจะเป็นครู ประเภทที่สองนี้สิ
ทำอย่างไรถึงจะเชิญออกไปทำมาหากินอาชีพอื่น คงต้องเป็นปัญหาของแต่ละโรงเรียนให้มีวิธี
คัด และ แยก ครูก่อนสอนดีไหม?

|