ภาษากับเด็กเก่งกับเด็กเก่งภาษา

เรื่อง ... อุษณีย์ นุ่มน้อย (โพธิสุข)


ฉบับที่แล้วผู้เขียนได้เล่าให้ฟังเรื่องเด็กที่มีความสามารถพิเศษในเวียดนามและก็ได้เห็นความใส่ใจของสังคมเวียดนามในเรื่องภาษาเป็นอย่างมาก จึงเห็นว่าประเด็นภาษาควรจะเป็นเรื่องหนึ่งที่บ้านเราควรจะมีการสังคายนากันเป็นการด่วนที่สุดก่อนที่อะไร ๆ จะสายเกินการ เนื่องจากภาษามีความสำคัญกับพัฒนาการหลายด้านของเด็ก ๆ อย่างที่คนทั่วไปคาดไม่ถึงเลยทีเดียว เพราะภาษาเป็นฐานทางความคิด เป็นฐานที่จะให้เด็กติดต่อสื่อสารกับคนอื่นได้ แต่เป็นที่น่าเสียดายว่าเราได้มองข้ามความสำคัญของภาษาในการพัฒนาความคิดของคนทำให้เราได้ปล่อยปละละเลยการพัฒนาทางภาษาให้กับเด็กตั้งแต่ต้นมือ

ทารกแรกเกิดเป็นวัยที่มีศักยภาพสูงในการเรียนภาษาเกินกว่าความคาดคิด เขาเข้าใจมากมาย แต่สมองทุกส่วนยังไม่สามารถควบคุมปากให้พูดได้ดังใจคิด ดังนั้นทารกวัยไม่กี่เดือนหากพ่อแม่ใช่ภาษามือเป็นสัญลักษณ์ ก็จะเห็นว่าลูกสามารถติดต่อได้ด้วยมือเร็วกว่าการใช้ปาก และก็เป็นเรื่องน่าเสียดายที่สังคมของยุคใหม่นิยมฝากลูกให้คนอื่นเลี้ยง การกระตุ้นทางภาษาที่จะเกิดขึ้นง่ายดายโดยธรรมชาติจากสื่อความรักเป็นสะพานให้เด็กอยากเรียนรู้ที่คนอื่นจะมีเท่าพ่อแม่ก็เป็นไปได้ยาก เด็กบางคนพ่อแม่เลี้ยงเองแล้วไม่พูดไม่คุยกับลูก ก็มีผลถึงพัฒนาการทางภาษาได้เช่นกันและมีไม่น้อยที่พ่อแม่ส่งให้ไปอยู่กับปู่ย่าตายาย ในต่างจังหวัดก็อยู่ในสภาพที่ย่ำแย่หนักทั้งด้านความคิดและจิตใจ

เมื่อเข้ามาเรียนในโรงเรียนระดับประถมศึกษาก็เป็นช่วงวัยที่มีความสำคัญในการพัฒนาทางภาษาอย่างมาก เพราะเด็กจะมีโอกาสที่จะเรียนรู้ทางภาษาอย่างมาก เพราะเด็กจะมีโอกาสที่จะเรียนรู้ภาษาที่แตกต่างจากทางบ้าน อาทิ ภาษาทางสังคม ภาษาทางการเรียน ประการสำคัญคือเด็กในวัยประถมศึกษาเป็นวัยที่สร้างความคิดเชิงนามธรรม (แต่เด็กที่มีสติปัญญาสูงอาจพัฒนาก่อนวัยเข้าเรียน) การพัฒนาทางภาษาจึงเป็นการพัฒนาที่มีความหลากหลาย ในบ้านเราก็มีสำหรับการสอนเด็กทั่วประเทศอยู่สำรับเดียว ไม่ว่าเด็กเหล่านั้นจะมีความหลากหลายแค่ไหน

ในต่างประเทศก็มีวิทยาการเรื่องการสอนเด็กสองภาษา เด็กด้อยโอกาส เด็กที่โดดเด่นกว่าคนอื่น ฯลฯ วิธีการสอนภาษาในบ้านเราส่วนใหญ่ก็เป็นเหมือนยาขมหม้อใหญ่สำหรับผู้เรียน เด็กบางคนอาจมีแววภาษาดีแต่ถูกกระบวนการสอนที่ไม่สร้างสรรค์ทำใไห้เด็กไม่อยากเรียน ไม่สนใจเรียน และใช้ภาษาอย่างงู ๆ ปลา ๆ หลักฐานของความถดถอยเรื่องความสามารถในการใช้ภาษามีหลายอย่าง ยกตัวอย่างง่าย ๆ ก็คือ เพลงในปัจจุบันที่ติดอันดับท๊อปฮิต จะหาเพลงที่ใช้คำศัพท์ที่ลึก หรือบอกความรุ่มรวยทางภาษาแทบไม่มี คำต่าง ๆ ที่ใช้อยู่ก็วนเวียนอยู่กันไม่กี่ร้อยคำ นอกจากนี้นิยายในปัจจุบันหรือภาษาที่ใช้กันในสื่อมวลชนก็ยังบอกถึงความจำกัดในเรื่องภาษาของคนรุ่นใหม่ หากจะวิเคราะห์ในเชิงจิตวิทยาการเรียนรู้ก็จะมองออกว่าคนในสังคมไม่น้อยที่เริ่มขาดความลุ่มลึกทางความคิด และความละเมียดละไมทางจิตใจอย่างเทียบกับคนในยุคก่อนไม่ติดเลยทีเดียว สิ่งนี้ก็เป็นเครื่องสะท้อนภูมิปัญญาของชาติชนิดหนึ่ง

เรื่องเล่านี้น่าจะปล่อยให้ผ่านเลยไป ไม่น่านำมาใส่ใจหากว่ามันมิใช่เรื่องกระทบกับการพัฒนาวิธีคิด พัฒนาความสามารถของเด็ก ภาษาเป็นขุมทรัพย์ทางความคิด ถ้าคนในประเทศไม่ให้ความสำคัญกับการพัฒนาภาษาให้เด็ก ประเทศนั้นก็จะหาคนฉลาดยาก จึงไม่เป็นที่น่าแปลกใจหากว่าจะมีใคร จึงไม่น่าแปลกใจหากว่าจะมีใครมาวัดไอคิวของเด็กแล้วพบว่า ไอคิวเด็กไทยต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐาน เพราะภาษาเป็นส่วนหนึ่งที่เขาใช้วัดมาตรฐาน เพราะภาษาเป็นส่วนหนึ่งที่เขาใช้วัดศักยภาพของเด็ก ภาษาสำหรับเด็กทั่วไปคือเครื่องมือในการพัฒนาความคิด ความเข้าใจ นักปราชญ์ นักคิด ผู้นำด้านต่าง ๆ ในสมัยก่อนจึงเป็นผู้ที่มีภาษาดีอย่างยิ่ง คานธีผู้นำอินเดียก็เป็นผู้ที่มีภาษาลุ่มลึก เหมาเจ๋อ ตุง ก็เป็นคนที่ชอบเขียนโครงกลอนและคำขวัญการปลุกใจ

หลายประเทศที่มีโครงการสำหรับเด็กที่มีความสามารถพิเศษ ได้เห็นความสำคัญของการพัฒนาความสามารถทางภาษาให้กับเด็กที่เก่ง เช่น ให้เด็กเหล่านี้ได้เรียนได้อย่างน้อยสองภาษา ให้เด็กเหล่านี้สามารถใช้ภาษาแม่ได้ในระดับดี ที่จะสื่อถึงความคิดที่ซับซ้อนของตนเองได้อย่างไม่ติดขัด ครูต้องทำความเข้าใจเกี่ยวกับวิธีคิดที่หลายครั้งเราพบว่าเด็กที่มีสติปัญญาสูงมากไม่ได้คิด หรือประมวลความคิดด้วยภาษามนุษย์เสมอไป เพราะเขาใช้การคิดโดยภาษาธรรมชาติ ที่ทำให้เขาคิดได้อย่างรวดเร็ว ผลของความคิดคำตอบได้ทันที แล้วผู้ใหญ่ก็ชอบถามว่าเขาคิดคำตอบได้อย่างไร เด็กพวกนี้ก็มักจะบอกว่าไม่รู้ ซึ่งความจริงแล้วเขาไม่สามารถอธิบายเป็นภาษาให้เราเข้าใจได้มากกว่าการที่ผู้ใหญ่พยายามบังคับให้เขาทำคณิตศาสตร์ที่ต้องแสดงวิธีทำให้เหมือนเพื่อน เหมือนกับที่ครูบอก จึงเป็นการบั่นทอนความเร็วทางความคิดของพวกเขาได้เหมือนกัน นักธุรกิจที่เชี่ยวชาญก็สามารถตัดสินใจโครงการใหญ่ ๆ ที่สลับซับซ้อนและประสบความสำเร็จอย่างดียิ่ง โดยไม่สามารถอธิบายให้ใครเข้าใจได้ละเอียดว่าเขาคิดอย่างไร แต่หากความสามารถทางภาษาของเขาอยู่ในระดับทีดีมาก เขาก็สามารถเลือกที่จะอธิบายให้คนอื่นเข้าใจแนวความคิดของเขาได้บ้าง

ในกรณีของเด็กที่มีความสามารถพิเศษด้านภาษาที่มีอยู่ไม่น้อยกว่า 3-5 % แต่เด็กกลุ่มนี้มีความหลากหลายยิ่ง เด็กบางคนชอบเขียนคำประพันธ์ประเภทร้อยแก้ว บางคนชอบเฉพาะเรื่องคำศัพท์ และการแปลภาษาต่างๆ บางคนเก่งที่จะพูดโน้มน้าวจิตใจคน บางคนเก่งเรื่องการใช้ภาษาเพื่อสร้างอารมณ์ขัน ในขณะที่เด็กบางคนมีความสามารถในการใช้ภาษาที่ลุ่มลึกโน้มน้าวจิตใจผู้คนให้คล้อยตาม เด็กลักษณะต่างๆ เหล่านี้มักพบว่าในโรงเรียนมีข้อจำกัดที่จะให้เขารู้สึกเรียนรู้ได้ไม่เต็มตามความคิดความรู้สึก ครูของเด็กเก่งหลายคนยอมรับว่า เด็กพวกนี้น้อยรายที่จะทำคะแนนได้เต็ม เพราะสิ่งที่เป็นกติกาในการตัดสินผลไม่ได้ท้าทายหรือเหมาะสมกับความทสามารถของพวกเขา โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากเราขาดครูที่มีทักษะทางการสอนภาษาที่ดี เช่นกรณีของเด็กคนที่ชอบอ่านวรรณกรรมตั้งแต่ก่อนเข้าเรียน เมื่อเข้าไปเรียนแล้วพบว่าในห้องเรียนเพิ่งจะมีการเริ่มอ่าน ก ไก่ ข ไข่ ความรู้สึกผิดหวังกับการเรียน และความเบื่อหน่ายกับการเรียนในระบบเริ่มเกาะกินใจของเด็กคนนี้ตั้งแต่แรกที่รู้จักคำว่าโรงเรียน

ผู้เขียนมีความเชื่อว่าหากเราอยากเห็นคนไทยเก่ง เราต้องยกระดับมาตรฐานของการสอนภาษาทั้งระบบและโครงสร้าง นักวิชาการ เช่น นักภาษาศาสตร์ ครูสอนภาษาของไทยจำนวนมากมีวิชาความรู้ที่จะทำสิ่งเหล่านี้ได้ และเชื่อว่าท่านเหล่านั้นเต็มใจทำให้กับประเทศของตนเอง หากรัฐได้มองเห็นความสำคัญและเอาใจใส่ให้มีการปรับโครงสร้าง ทั้งระบบอย่างจริงจัง เด็กทั่วไปและเด็กเก่งจะพัฒนาได้ลำบากหากไม่มีการสร้างโครงสร้างพื้นฐานที่ดี หากมีการดำเนินการอย่างจริงจังเชื่อว่าในระยะไม่นานเราจะได้เห็นคนเก่งของเมืองไทยเกิดขึ้นอย่างมากมายทั้งกับเด็กทั่วไปและเด็กที่มีความสามารถพิเศษทางภาษา