|
เปิดประเด็นเรื่องการเสาะหาเด็กที่มีความสามารถพิเศษ
เรื่อง
... อุษณีย์ อนุรุทธ์วงศ์
การเสาะหาหรือการคัดเลือกเป็นประเด็นหลักที่คนมักตั้งคำถาม
เมื่อพูดถึงการจัดการศึกษาสำหรับเด็กที่มีความสามารถพิเศษ
ว่าเขามีวิธีการคัดเลือกกันอย่างไร วิธีการไหนจึงเหมาะสมและคัดเลือกเด็กได้จริงโดยทั่วไปเราปฏิบัติคือการทดสอบ
หรือการสอบคัดเลือก ที่เป็นวิธีที่สามารถคัดกรองเด็กที่มีความสามารถพิเศษบางคนได้
เช่นเด็กที่เรียนดี ความประพฤติดี ชอบวิธีการเรียนแบบบรรยาย
ชอบอ่านหนังสือ มักมีโอกาสได้รับเลือก แต่ก็มีเด็กบางคนที่ไม่มีลักษณะเข้าเกณฑ์ที่คณะกรรมการตั้งไว้นัก
กระบวนการเสาะหาหรือคัดเลือกจึงเป็นเรื่องควรพิจารณารอบด้านตั้งแต่ใครคือคนที่เราต้องการ
เราจึงต้องระบุให้ชัดเจน เช่นเด็กที่มีความสามารถพิเศษด้านใด
ทางคณิตศาสตร์หรือทางภาษา หรือ ฯลฯ ผู้ที่จะถูกทดสอบเป็นกลุ่มไหน
ระดับความสามารถที่ต้องการอยู่ระดับไหน จะใช้เครื่องมืออะไรที่จะทำให้เรารู้ว่าเด็กคนนั้นต่างจากเด็กคนอื่นๆ
อย่างแท้จริง เป็นต้น
หลักการโดยทั่วไปที่จะทำให้เราเลือกเด็กที่มีความสามารถพิเศษอย่างรอบคอบมากขึ้น
คือ
- การใช้ข้อมูลหลายด้านที่เป็นข้อมูลสะสมมาประกอบ
เช่น ผลการเรียน ผลงานของเด็ก ข้อมูลจากผู้ปกครอง
ผลการประเมินของผู้เชี่ยวชาญ
- เครื่องมือที่ใช้หากเป็นแบบทดสอบควรเป็นเครื่องมือที่มีความเชื่อมั่นและความเที่ยงตรง
ซึ่งจะทำให้เชื่อถือได้ว่าเกณฑ์ที่ใช้วัดตรงกับคุณลักษณะของเด็กที่ต้องการ
หรือตรงกับธรรมชาติของเด็กในสาขานั้น
- กระบวนการตรวจสอบควรมีขั้นตอนที่ชัดเจน
- การใช้กระบวนการตรวจสอบ หรือทดสอบต้องไม่เป็นสิ่งที่ก่อให้เกิดการแบ่งแยก
หรือสร้างความลำเอียงให้กับคนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง
กล่าวโดยสรุปแล้ว การคัดเลือก โดยหลักการควรมีข้อมูลหลายขั้นตอน
จากหลายแหล่งข้อมูล สามารถแบ่งแยกหยาบ ๆ ได้เป็นขั้นเสนอชื่อ
ขั้นคัดกรอง และขั้นตัดสินใจ โดยอาศัยข้อมูลที่ได้จากการสำรวจ
สังเกต และทดสอบ ตลอดจนคำนึงถึงธรรมชาติที่แท้จริงของเด็ก
ในภาคปฏิบัติ
ประเด็นปัญหาหลักคือการออกแบบการเสาะหาไม่สอดคล้องกับธรรมชาติที่แท้จริงของเด็กที่มีความสามารถด้านนั้น
ๆ เพราะเรามักพะวงแต่พฤติกรรมที่เด็กสามารถแสดงออกให้เห็นอย่างเป็นประจักษ์
แท้จริงแล้วเด็กที่มีความสามารถระดับสูงที่เป็นที่ต้องการของเรานั้น
จำนวนไม่น้อยเลยทีเดียวที่ไม่ชอบการแข่งขันหรือแสดงออกให้เห็นอย่างเป็นที่ประจักษ์ที่แท้จริงแล้วเด็กที่มีความสามารถระดับสูงที่เป็นที่ต้องการของเรานั้น
จำนวนไม่น้อยเลยทีเดียวที่ไม่ชอบการแข่งขันหรือแสดงความสามารถ
พบว่าเมื่อมีการเสาะหาเด็กกลุ่มนี้
มักมีการสอบแข่งขัน การทดสอบ การคัดเลือก จากผลของการคัดเลือกพบว่า
เด็กที่ได้รับเลือกบางคนอาจมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนสูง
แต่ความสนใจในสาขาที่ถูกเลือกมานั้นน้อยกว่าสิ่งที่ไม่ได้รับการสนับสนุน
การเลือกแบบผิดฝาผิดตัวจึงมีมาอย่างต่อเนื่อง การคัดเลือกโดยอาศัยคะแนนผลการเรียนเป็นตัวตั้งด่านแรก
จะทำให้เด็กที่มีศักยภาพสูงมากบางคนอาจไม่ได้รับคัดเลือก(ในบ้านเราพบบ่อย)
จากประสบการณ์ของหลายท่านที่ใกล้ชิดกับการพัฒนาเด็กที่มีความสามารถสูงมีความเห็นสอดคล้องกันว่า
คะแนนผลการเรียนหรือการคัดจากการสอบแข่งขันอาจไม่ใช่ตัวบ่งชี้ที่ดีเสมอไปด้วยเหตุผลหลายประการ
- ธรรมชาติของเด็กกลุ่มนี้ อาจมีวิธีคิดและวิธีเรียนรู้ที่แตกต่างไปจากสิ่งที่อยู่ในระบบการเรียนการสอนปรกติ
- เด็กกลุ่มนี้อาจไม่ให้ความสำคัญกับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนมากเท่าที่สิ่งที่เขาอยากเรียนรู้เอง
และโดยทั่วไปพบว่าคนกลุ่มนี้มักให้ความสำคัญกับสิ่งเร้าภายในตัวเองมากกว่าสิ่งเร้าหรือแรงเสริมภายนอก
ยกตัวอย่างง่าย ๆ สำหรับคนที่ทำงานแล้วก็คือ คนที่ทำงานเพราะต้องการคำชมเชยหรือเงินเดือนสองขั้นนั้น
เป็นผู้ที่สิ่งเร้าภายนอกมีอิทธิพลต่อตัวเขา ในขณะที่คนบางคนอยากเห็นความเปลี่ยนแปลง
หรือความสำเร็จของงาน ชื่นชมกับความสำเร็จที่ตนเองคิดได้ทำได้มากกว่าความต้องการตอบสนองจากสังคม
- จุดอ่อนอยู่ที่ตัวแบบทดสอบเอง เช่น
การออกข้อสอบไม่ครอบคลุมเนื้อหา ข้อทดสอบและวิธีการทดสอบมักไม่ครอบคลุมคุณลักษณะการเรียนรู้ที่แท้จริงของเด็ก
ขาดความหลากหลายข้อสอบไม่น่าเชื่อถือ ผู้ออกข้อสอบขาดความรู้เรื่องการออกข้อสอบ
และวิธีการประเมินไม่ตรงกับจุดประสงค์ของการเรียน
ฯลฯ
- คะแนนผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนแต่ละแห่งมีความแตกต่างกันมาก
ขาดเกณฑ์มาตรฐานหรือแบบทดสอบที่ใช้ขาดคุณภาพ
ข้อควรระวัง
บ่อยครั้งพบว่าเด็กที่เรียนดีมักเป็นเป้าหมายในการเป็นตัวถูกคัดเลือก
เด็กบางคนเมื่อมีการสอบแข่งขันทีไรเป็นถูกส่งไปแข่งทุกครั้ง
ทำให้บางทีเด็กเกิดความเครียด เด็กบางคนมีศักยภาพสูงมากแต่เป็นศักยภาพแฝงเร้นอยู่
เนื่องจากไม่เคยมีโอกาสได้รับการกระตุ้นความสามารถของเขา
เด็กบางคนมีความสามารถ แต่ไม่อยากเป็นเป้าแห่งความสนใจของใคร
ไม่อยากแปลกแยกจากเพื่อนหรือโดนเพื่อนเขม่น และที่พบบ่อยในกลุ่มเด็กที่มีความสามารถพิเศษระดับสูงมา
คือพวกที่มีแนวโน้มที่จะเป็นอัจฉริยบุคคลได้ หากเขามีโอกาสได้รับการฝึกฝน
หรือต้องการที่จะฝึกตนเอง เด็กกลุ่มนี้อาจไม่ชอบเป็นคนถูกเลือก
และไม่สนใจว่าจะทำให้ตนเองมีชื่อเสียงเพียงไหน เพราะแรงจูงใจภายในนั้นสูงกว่าที่จะสนใจแรงจูงใจภายนอกการเสาะหาเด็กกลุ่มนี้จึงควรกระทำอย่างเข้าใจธรรมชาติของเด็กแต่ละประเภท
เด็กแต่ละระดับขีดความสามารถ
นอกจากนั้นยังพบว่า
การแข่งขันโดยทั่วไปมักขาดโครงการพัฒนาเด็ก จนเป็นคำถามและความเครียดจากผู้ปกครองว่า
แล้วแข่งไปทำไมให้เด็กเครียดเปล่าๆ การคัดเลือกเด็กจึงควรทำด้วยความระมัดระวังผลทางจิตใจ
ตลอดจนความคาดหวังที่จะเกิดกับผู้ปกครอง หรือตัวเด็ก และการคัดเลือกเด็กที่ดีมักจะไม่แยกไปจากการพัฒนา
กล่าวโดยสรุป ในเรื่องการคัดเลือกหรือเสาะหาเด็กในบ้านเรายังขาดความพร้อมเรื่องเครื่องมือที่ใช้ในการตรวจสอบ
บุคลากรที่จะดำเนินการตรวจสอบ บุคลากรที่จะดำเนินการตรวจสอบ
ที่สำคัญคือ กระบวนการตรวจสอบเป็นเรื่องสำคัญที่ต้องอาศัยความรู้
ความเข้าใจถึงธรรมชาติที่แท้จริงของเด็กกลุ่มนี้การเสาะหาเด็กที่มีความสามารถพิเศษควรทำเร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ก่อนที่ความสามารถของเด็กจะสูญเสียไปเพราะกลไกทางการศึกษา
และกลไกทางสังคม นอกจากนั้น แนวโน้มการเสาะหาเด็กในอนาคตควรให้ความสำคัญกับกระบวนการตรวจสอบ
ที่มีการสังเกตจากการตอบสนองต่อกิจกรรมที่หลากหลายรูปแบบมาประมวลศักยภาพที่แท้จริงของเด็ก
มากกว่าการคัดแยกหรือคัดเลือกด้วยการแข่งขัน เรื่องนี้ทำได้ง่ายดายหากเข้าใจเรื่องหัวใจของการปฏิรูปการเรียนรู้อย่างกระจ่าง

|