เรื่อง
... อุษณีย์ อนุรุทธ์วงศ์
ในขณะที่
พ.ร.บ. การศึกษาฉบับใหม่ได้พยายามนำสังคมให้สลายกลไกทางการศึกษาในรูปแบบเดิมที่เราเดินตามตะวันตกมากกว่าร้อยปีแล้วก็พบว่า
นอกจากไม่ได้ทำให้ลูกหลานเราอ่านออกเขียนได้เป็นคนดีศรีสังคมแล้วการศึกษาที่สร้างมาในระบบโรงงานอุตสาหกรรมยังได้
ทำให้สังคมไทยอ่อนแอ ขัดแย้งทำลายตัวเองและวิกฤต ตามที่
ศ.นพ.ประเวศ วะสี เคยกล่าวไว้ มาบัดนี้ผลพวงของการไม่ผสมกลมกลืนของสังคมไทยกับระบบการศึกษาตะวันตกอาจไม่ชัดเจน
หากไม่มีคนหลายกลุ่มมากขึ้นที่แหวกกรอบปฏิบัติดั่งเดิม
เช่น กลุ่มโรงเรียนหมู่บ้านเด็ก สถาบันปัญโญทัย
โรงเรียนใต้ร่มไม้ ฯลฯ เพื่อหาความหมายทางการศึกษาตามความคิดตามความเชื่อ
ที่อาจหาไม่ได้ในระบบการศึกษาแนวอุตสาหกรรม
ก็มีอีกกลุ่มหนึ่งที่ไม่ได้ประกาศอิสรภาพทางการศึกษาเพราะความคิดความเชื่อ
หรือต้องการเติมเต็มหลักปรัชญาใด ๆ แต่จำเป็นต้องหลุดไปจากระบบการศึกษาปกติ
เพราะอาจไม่มีทางเลือก จึงมาจัดการศึกษาให้แก่ลูกตนเองที่บ้าน
คือกลุ่มของเด็กพิเศษ กลุ่มนี้ถือได้ว่าเป็นกลุ่มหนึ่งที่ได้รับผลพวงที่ไม่เหมาะสมทางการศึกษาจนมีอาการไข้ทางการศึกษา
ที่ได้บีบคั้นตัวตนที่แท้จริงของเด็กมานาน จนเด็กหลายคนยอมจำนน
เป็นคนแปลกแยกไปจากสังคมเป็นคนไร้ค่า จากความไม่เข้าใจและหมดทางเลือกในระบบปรกติ
จะเห็นได้ว่าเด็กที่มีสติปัญญาสูงจำนวนมากที่ไม่สามารถหาความหมายในชีวิตของเขาจากระบบการศึกษาได้จนแสดงอาการปฏิเสธ
ไม่ยอมรับ ต่อต้าน บางรายแสดงอาการออกตั้งแต่เล็ก ๆ ว่าไม่อยากไปโรงเรียนเพราะเบื่อ
ครูเองก็รู้ว่าเด็กมีสติปัญญาว่องไว แต่ก็ยังไม่สามารถทำอะไร
ๆ ให้เหมือนเด็กอื่นได้นั้นคือเด็กยังขาดความพร้อมด้านอื่น
ๆ ที่ครูอยากให้เป็นอีกหลายประการ ความไม่เป็นสุขหากมีมากขึ้นและเด็กอาจมีทักษะในการปรับตัว
หรือโรงเรียนอาจไม่สามารถตอบสนองความต้องการปัญญาของพวกเขาได้จริง
ๆ เด็กพวกนี้จะถูกเชิญออกจากโรงเรียน ซึ่งขณะนี้มีเด็กเหล่านี้อยู่หลายคน
บางรายที่พ่อแม่ความพยายามและมีความเข้าใจลูกก็พยายามขวนขวายหากลุ่ม
เรียกว่ากลุ่ม โฮมสคูล เพื่อแลกเปลี่ยนทัศนะและพึ่งพากัน
การแก้อาการไข้ทางการศึกษาให้กับลูกโดยการจัดสอนเองที่บ้านก็เกิดในสังคมตะวันตกเช่นกัน
โดยเฉพาะอย่างยิ่งกลุ่มที่เป็นชนชั้นกลางและมีการศึกษา
และก็มีงานวิจัยหลายชิ้นที่อาจแสดงให้เห็นว่าพ่อแม่ก็สามารถจัดการศึกษาให้กับลูกได้ด้วยคุณภาพไม่ด้อยกว่า
หรือดีกว่าสิ่งที่เด็กได้รับจากระบบการศึกษาปรกติเสียด้วยซ้ำไป
แต่งานวิจัยเหล่านั้นหากพิจารณาโดยละเอียดก็ยังไม่สามารถนำมาเป็นข้อสรุปหรือกล่าวอ้างว่าการจัดการศึกษาโดยครอบครัวจะส่งผลดีต่อตัวเด็กได้อย่างชัดเจน
การศึกษที่จัดโดยพ่อแม่ด้วยภาวะจำยอมหรืออะไรก็ตามที่ให้กับเด็กกลุ่มที่มีความสามารถพิเศษในบ้านเรา
ก็อาจเป็นทางเลือกทางหนึ่งในปัจจุบันที่รัฐอาจต้องหาหนทางให้ความช่วยเหลือ
และหาแนวทางพัฒนาความสามารถของเด็กที่มีอยู่
เด็กที่มีความสามารถพิเศษนั้นโดยธรรมชาติจะต้องการผู้รู้ผู้เชี่ยวชาญมาให้คำแนะนำ
และเขาอาจต้องการเรียนรู้ที่ยากซับซ้อนเกินกว่าระดับเด็กธรรมดา
สิ่งที่เขาต้องการแน่ล่ะไม่ใช่ของถูก เช่น เด็กชายโจที่ชอบวิทยาศาสตร์เป็นชีวิตจิตใจและในปัจจุบันก็ได้ออกจากโรงเรียนมาอยู่ที่บ้าน
เมื่อสมัยยังเด็กก็อาจใช้อุปกรณ์ที่ราคาไม่แพงเป็นร้อยเป็นพัน
เมื่อมีทักษะมากขึ้นก็อยากลองของแพง อยากทำโครงงานที่ยากขึ้นหรือน้องไม้ที่รักดนตรี
ครูไม่ให้ไปเล่นวงมโหรีตามงานวัดเพราะเขาบอกว่าอยากเป็นนักดนตรี
ขณะที่เขาเล่นไวโอลินได้ดี และอยากได้ไวโอลินดีๆ ครูดี
ๆ เท่านั้น
ในการจัดการศึกษาให้ลูกที่บ้านจึงควรเข้าใจลูกว่ามีศักยภาพที่ชัดเจนในเรื่องใด
มีความต้องการอะไร อยากเรียน อยากรู้อะไร ในขณะเดียวกัน
สาระสำคัญหรือหลักสูตรแกนกลางที่เป็นสากล เช่น การคิดคำนวณ
อ่านเขียน ก็ยังคงเป็นอาหาร 5 หมู่ที่ละเว้นไม่ได้
การสร้างเครือข่ายพ่อแม่ที่อาจช่วยเหลือซึ่งกันและกัน
การใช้องค์กรของรัฐและเอกชนมาช่วยสนับสนุน การวิเคราะห์ขีดจำกัดของตนเองที่จะสอนลูกในการเรียนรู้เป็นเรื่องสำคัญสำหรับเด็กกลุ่มนี้
เพราะหากพ่อแม่คิดจะดำเนินการโดยลำพัง ในปัจจุบันองค์กรของรัฐก็มีความชัดเจนในการสนับสนุนเครือข่ายพ่อแม่
เช่นที่สำนักงานคณะกรรมการศึกษาแห่งชาติ เป็นต้น
โรงเรียนอาจเสนอรูปแบบที่จะทำให้เด็กได้มีโอกาสเรียนบางวิชา
เช่น วิชาที่ต้องใช้อุปกรณ์เครื่องมือแพง ๆ หรือต้องใช้ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านให้กับเด็กกลุ่มนี้
รัฐอาจต้องเร่งพิจารณาแนวทางและมาตรการในการสนับสนุนครอบครัวที่จัดการศึกษาให้กับลูกเอง
เพื่อเป็นการประกันสิทธิเด็กว่าเด็กจะได้รับการศึกษาที่เหมาะสม
และไม่ใช้เสรีภาพทางการศึกษาทำให้เกิดผลเสียต่อกระบวนการเรียนรู้ของเด็กในระยะยาว
สิ่งเหล่านี้เป็นเรื่องเร่งด่วนสำหรับพ่อแม่เด็กหลายคนที่ต้องเรียนที่บ้าน
การให้ข้อมูลกับรัฐ การรวมตัวกัน การสร้างทิศทางที่ชัดเจนให้กับลูกอาจเป็นทางช่วยไม่ให้เกิดความสับสนลังเล
หวาดหวั่นกับผลลัพธ์ในอนาคตว่าจะออกมาในรูปแบบใดลดน้อยลง